PlusMagi's Blog By Pitt Phunsanit

SaaS, PaaS และ IaaS เหมาะกับใคร?

เวลาที่เราจะย้ายระบบขึ้น Cloud หรือพัฒนาซอฟต์แวร์สักตัว มักจะได้ยินคำว่า IaaS, PaaS, และ SaaS อยู่บ่อย ๆ ซึ่งทั้ง 3 ตัวนี้คือโมเดลการให้บริการ Cloud Computing ที่แบ่งระดับการดูแลระบบระหว่าง “เรา” กับ “ผู้ให้บริการ” ครับ

ถ้าให้เข้าใจง่ายที่สุด ให้คิดเปรียบเทียบกับการ “กินพิซซ่า” ครับ


สรุปแนวคิดแบบเข้าใจง่าย: The Pizza As A Service


เจาะลึกความต่างและกลุ่มที่เหมาะสม

โมเดลสิ่งที่ผู้ให้บริการดูแลสิ่งที่เราต้องจัดการเองเหมาะกับใคร?ตัวอย่างบริการ
IaaSHardware, Server, Storage, NetworkOS, Runtime, App, Data, Security ConfigurationSystem Analyst, DevOps, Network Admin ที่ต้องการคุม Infrastructure เองทั้งหมดAWS (EC2), Google Compute Engine, Azure VM
PaaSHardware, OS, Runtime, Database SystemApplication Code และ Data ของระบบDeveloper / Software House ที่ต้องการเขียนโค้ดอย่างเดียว ไม่ยากยุ่งกับงาน InfraHeroku, Google App Engine, AWS Elastic Beanstalk
SaaSทุกอย่างตั้งแต่ระบบยันหน้าจอการใช้งานสิทธิ์การเข้าใช้งานของผู้ใช้ (User Access)ผู้ใช้งานทั่วไป, องค์กร ที่ต้องการซอฟต์แวร์สำเร็จรูปไปใช้งานในธุรกิจทันทีMicrosoft 365, Google Workspace, Salesforce, Zoom

IaaS (Infrastructure as a Service)

เป็นการเช่า “โครงสร้างพื้นฐาน” เช่น เซิร์ฟเวอร์เสมือน (Virtual Machine), พื้นที่เก็บข้อมูล (Storage), และระบบเครือข่าย ผู้ให้บริการจะดูแลแค่ฮาร์ดแวร์ระดับล่างให้ไม่พัง


PaaS (Platform as a Service)

เป็นการเช่า “แพลตฟอร์มสำหรับพัฒนา” ผู้ให้บริการจะเตรียม OS, Runtime (เช่น Java, .NET, PHP, Node.js) และฐานข้อมูลไว้ให้พร้อมใช้งาน


SaaS (Software as a Service)

เป็นการเช่า “ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป” ที่รันบน Cloud อยู่แล้ว สามารถใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์หรือแอปพลิเคชันได้ทันที


💡 คำแนะนำในการเลือก

ถ้าคุณกำลังจะขึ้นโปรเจกต์ใหม่ และทีมของคุณเน้นการเขียนโค้ด (Dev-centric) การเลือกใช้ PaaS จะช่วยประหยัดเวลาและลดความจุกจิกเรื่องการคุม Server ได้ดีที่สุด แต่ถ้าต้องการสิทธิ์ขาดในการจูนประสิทธิภาพระดับ OS หรือ Network การไป IaaS จะตอบโจทย์กว่าครับ


อ่านเพิ่มเติม

Exit mobile version