การใช้ Flash Drive เพื่อกำจัดไวรัสบน Windows ทำได้หลายวิธีครับ ตั้งแต่การใช้โปรแกรมสแกนปกติ ไปจนถึงการสร้าง “Rescue Disk” เพื่อบูตเครื่องเข้าไปล้างไวรัสในกรณีที่ Windows เสียหายจนเข้าไม่ได้
นี่คือขั้นตอนและเทคนิคที่แนะนำครับ
การสแกน Flash Drive ( กรณีไวรัสอยู่ในตัวไดรฟ์หรือจะใช้ทำตัวสแกน )
หากคุณเสียบ Flash Drive แล้วสงสัยว่ามีไวรัส ให้ทำตามขั้นตอนนี้ “ห้ามดับเบิลคลิกเปิดไดรฟ์เด็ดขาด” เพื่อป้องกันไวรัสรันตัวเอง
- ไม่ใช้เครื่องที่คิดว่าติดไวรัส
- ใช้ Microsoft Defender: 1. คลิกขวาที่ตัว Flash Drive ใน This PC 2. เลือก “Scan with Microsoft Defender…” ( หรือเลือก ‘Show more options’ ใน Windows 11 )
- ใช้คำสั่ง CMD ( กรณีไฟล์ถูกซ่อน / กลายเป็น Shortcut ): ไวรัสประเภท Shortcut มักซ่อนไฟล์จริงไว้ ให้เปิด Command Prompt (Admin) แล้วพิมพ์:
attrib -h -r -s /s /d G:\*.*( เปลี่ยน G: เป็นตัวอักษรไดรฟ์ของคุณ ) - ถ้าเครื่องนั้น ๆ มี antivirus อื่น ๆ อยู่ อย่าลืมใช้ scan อีกครั้ง
การใช้ Flash Drive ทำ “Rescue Disk” ( กรณีคอมพิวเตอร์ติดไวรัสหนัก )
วิธีนี้ได้ผลดีที่สุดเพราะเราจะสแกนไวรัสจาก “ภายนอกระบบ” ทำให้ไวรัสที่กำลังรันอยู่ใน Windows ไม่สามารถขัดขวางการทำงานได้
เครื่องมือที่แนะนำ
- Kaspersky Rescue Disk ( ฟรีและแม่นยำสูง )
- ESET SysRescue Live
- Norton Bootable Recovery Tool
ขั้นตอนการทำ
- ดาวน์โหลดไฟล์ ISO จากเว็บไซต์ของผู้ผลิต ( เช่น Kaspersky ) จากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ “สะอาด”
- เขียนไฟล์ลง Flash Drive: ใช้โปรแกรมอย่าง Rufus หรือ Etcher เพื่อทำให้ Flash Drive บูตได้
- ตั้งค่า Boot: เสียบ Flash Drive เข้าเครื่องที่ติดไวรัส รีสตาร์ทเครื่องแล้วกดปุ่ม ( เช่น F12, F10 หรือ DEL ) เพื่อเข้าสู่ Boot Menu
- เริ่มการสแกน: เลือกบูตจาก Flash Drive จากนั้นทำตามขั้นตอนบนหน้าจอเพื่ออัปเดตฐานข้อมูลและสั่ง Scan ทั้งเครื่อง
ข้อควรระวังและการป้องกัน
- Disable AutoRun: ควรปิดระบบเล่นอัตโนมัติใน Windows เพื่อไม่ให้ไวรัสจาก Flash Drive รันเองทันทีที่เสียบ
- Backup ก่อนเสมอ: การจัดการระบบที่มีความเสี่ยงควรทำ Backup หรือ Snapshot ไว้ก่อน เพราะการลบไวรัสบางตัวอาจทำให้ไฟล์ระบบที่ติดเชื้อถูกลบไปด้วยจน Windows บูตไม่ได้
- Write-Protect: หาก Flash Drive ของคุณมีสวิตช์ล็อก ( Write-protect ) ให้เลื่อนล็อกไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสจากเครื่องคอมพิวเตอร์กระโดดเข้ามาเขียนข้อมูลใน Flash Drive ของคุณ
คำแนะนำเพิ่มเติม: หากเครื่องติดไวรัสเรียกค่าไถ่ ( Ransomware ) การสแกนอาจช่วยลบตัวไวรัสได้ แต่ “ไม่สามารถ” กู้คืนไฟล์ที่ถูกเข้ารหัสไปแล้วได้ครับ ต้องใช้การกู้คืนจาก Backup เท่านั้น
อ่านเพิ่มเติม