วัน: 7 พฤศจิกายน 2010

IaaS: Infrastructure as a service ไอทีไปบนคลาวด์IaaS: Infrastructure as a service ไอทีไปบนคลาวด์

ลองจินตนาการว่าคุณกำลังจะเปิดบริษัทใหม่หรือทำโปรเจกต์ใหญ่สักชิ้น ในอดีตสิ่งแรกที่ต้องทำคือการควักเงินก้อนโตเพื่อซื้อเซิร์ฟเวอร์ (Server) มาตั้ง จัดห้องแอร์ให้เย็นฉ่ำ เดินสายแลน และจ้างวิศวกรมาคอยดูแล แต่ในยุคนี้ เรามีสิ่งที่เรียกว่า IaaS (Infrastructure as a Service) ที่เข้ามาเปลี่ยนเกมนี้ไปอย่างสิ้นเชิง


IaaS คืออะไร?

IaaS หรือ Infrastructure as a Service คือบริการคลาวด์รูปแบบหนึ่งที่คุณสามารถ “เช่า” โครงสร้างพื้นฐานทางไอทีผ่านอินเทอร์เน็ตได้ ไม่ว่าจะเป็นพลังการประมวลผล (CPU/RAM), พื้นที่เก็บข้อมูล (Storage), หรือระบบเครือข่าย (Networking) โดยที่คุณไม่ต้องเป็นเจ้าของฮาร์ดแวร์จริง ๆ เลยแม้แต่ชิ้นเดียว

อธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ เปรียบเทียบกับการสร้างบ้าน

  • การซื้อเซิร์ฟเวอร์เอง = คุณต้องซื้อที่ดิน ลงเสาเข็ม และตอกอิฐเอง
  • IaaS = การเช่าอพาร์ตเมนต์สำเร็จรูป ที่มีโครงสร้างและระบบน้ำไฟพร้อมอยู่ คุณมีหน้าที่แค่ขนเฟอร์นิเจอร์ (ติดตั้ง OS และแอปพลิเคชัน) เข้าไปจัดวางตามใจชอบ

ส่วนประกอบหลักของ IaaS มีอะไรบ้าง?

เมื่อคุณเปิดใช้บริการ IaaS ผู้ให้บริการ (เช่น AWS, Microsoft Azure, Google Cloud) จะเตรียมสิ่งเหล่านี้ไว้ให้คุณกดสั่งการได้ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์

  • Compute (เซิร์ฟเวอร์เสมือน): รู้จักกันในชื่อ Virtual Machines (VM) คุณสามารถเลือกได้เลยว่าอยากได้คอมพิวเตอร์แรงแค่ไหน มี CPU กี่ Core หรือ RAM กี่ GB
  • Storage (พื้นที่เก็บข้อมูล): มีให้เลือกหลายแบบตั้งแต่อ่านเขียนความเร็วสูง ไปจนถึงพื้นที่เก็บไฟล์สำรอง (Backup) ราคาประหยัด
  • Networking (ระบบเครือข่าย): การตั้งค่า Router, Firewall, IP Address และระบบความปลอดภัย เพื่อให้เซิร์ฟเวอร์ของคุณคุยกันได้และเชื่อมต่อกับโลกภายนอกอย่างปลอดภัย

ทำไมธุรกิจยุคนี้ถึงเลือกใช้ IaaS? (ข้อดีหลัก)

  • ประหยัดค่าใช้จ่ายล่วงหน้า (No Upfront Costs): เปลี่ยนจากระบบ Pay-before (ซื้อฮาร์ดแวร์หลักแสน) เป็น Pay-as-you-go คือจ่ายตามจริงที่ใช้งานเป็นรายชั่วโมงหรือรายนาที
  • ยืดหดได้ตามใจชอบ (Scalability): วันนี้ผู้ใช้งานน้อยใช้เซิร์ฟเวอร์เครื่องเล็ก วันไหนจัดแคมเปญใหญ่คนเข้าเว็บเป็นล้าน ก็สามารถกดขยาย (Scale up) เพิ่มพลังคอมพิวเตอร์ได้ภายในไม่กี่นาที พอจบงานก็กดลดขนาดลงมาเพื่อเซฟเงิน
  • ลดภาระการดูแลระบบ: คุณไม่ต้องสนว่าแอร์ในห้องเซิร์ฟเวอร์จะดับไหม ไฟจะตกหรือเปล่า หรือฮาร์ดดิสก์จะพังตอนตีสอง เพราะผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลกจะเป็นคนดูแลฮาร์ดแวร์เหล่านั้นให้ทั้งหมด

ใครต้องเป็นคนดูแลอะไร? (Shared Responsibility Model)

เรื่องนี้สำคัญมาก! แม้ว่าผู้ให้บริการจะเตรียมโครงสร้างพื้นฐานให้ แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะดูให้ทั้งหมด IaaS ให้สิทธิ์ขาดในการควบคุมกับคุณสูงที่สุดในบรรดาบริการคลาวด์ (เทียบกับ PaaS หรือ SaaS)

สรุปง่ายๆ: ผู้ให้บริการดูแล “ฮาร์ดแวร์และโครงสร้างด้านล่าง” ส่วนคุณต้องดูแล “ระบบปฏิบัติการ (OS) และข้อมูลด้านบน”

เช่น หากคุณเปิดใช้ VM ที่เป็น Linux หรือ Windows คุณยังมีหน้าที่ต้องคอยอัปเดต Patch ความปลอดภัย คอยลงโปรแกรม (เช่น Nginx, Databases) และดูแลเรื่องการทำ Backup หรือ Snapshot ข้อมูลของคุณเองเพื่อความปลอดภัย


สรุป: IaaS เหมาะกับใคร?

IaaS เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ Startup ที่ต้องการความรวดเร็วในการเติบโต, นักพัฒนาซอฟต์แวร์ ที่ต้องการระบบจำลองเพื่อทดสอบงาน, หรือแม้กระทั่ง องค์กรใหญ่ ที่ต้องการย้ายระบบเดิม (Legacy System) ขึ้นไปไว้บนคลาวด์เพื่อลดค่าบำรุงรักษา

ถ้าคุณต้องการอิสระในการควบคุมระบบเหมือนมีเซิร์ฟเวอร์เป็นของตัวเอง แต่ไม่อยากปวดหัวกับงานดูแลฮาร์ดแวร์ IaaS คือคำตอบที่ดีที่สุดครับ


อ่านเพิ่มเติม