Lunar เป็นแอปที่ทำงานจัดการจอในจอนอกเหมือน MacOs: จัดการจอในจอนอกด้วย BetterDisplay แต่การทำงานปลดล็อกฟีเจอร์จะต่างกันครับ Lunar จะเน้นไปที่ความอัจฉริยะในการปรับแสงอัตโนมัติเป็นหลัก
นี่คือความแตกต่างระหว่างการใช้งานฟรีและการปลดล็อก Lunar Pro ครับ
“Free Version”
ในเวอร์ชันฟรี Lunar จะทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมหน้าจอที่ฉลาดกว่า macOS ปกติเล็กน้อย
- Manual Control: ใช้ปุ่มบนคีย์บอร์ด ควบคุมความสว่างของจอนอกได้
- Software Dimming: หรี่แสงด้วยซอฟต์แวร์ ในกรณีที่จอนั้นไม่รองรับ DDC
- Basic Sync: ปรับแสงตามจอ MacBook ได้บ้างแต่ต้องกดเองหรือมีข้อจำกัด
“Unlock Pro Features”
ฟีเจอร์ Pro ของ Lunar จะเน้นความ “Automation” เพื่อให้คุณไม่ต้องยุ่งกับปุ่มปรับแสงอีกเลยตลอดชีวิต
- Sensor Mode: ใช้ Sensor วัดแสงบน MacBook มาสั่งปรับความสว่างจอนอกให้โดยอัตโนมัติ
- Sync Mode: อันนี้คือทีเด็ดครับ เมื่อคุณปรับแสงที่ MacBook จอนอกจะขยับตามแบบ Real-time
- Location / Time Mode: ปรับแสงตามเวลาพระอาทิตย์ขึ้น-ตก ของพิกัดที่คุณอยู่
- Blackout: ฟีเจอร์นี้คือการ “ดับจอ MacBook” โดยที่ยังเปิดฝาไว้ เพื่อให้สมาธิไปอยู่ที่จอนอกจอเดียว
- XDR / HDR Brightness: ปลดล็อกความสว่างสูงสุดของจอ MacBook ให้สว่างเกินกว่าที่ Apple จำกัดไว้
- Flicker-free Dimming: หรี่แสงจอนอกได้มืดกว่าที่ตัว Hardware จอจะทำได้ โดยที่ภาพไม่สั่นหรือกระพริบ
เปรียบเทียบความคุ้มค่า
| หากคุณต้องการ… | BetterDisplay Pro | Lunar Pro |
| ปิดจอในเครื่อง | ทำได้เนียนกว่า | ทำได้ |
| คุมแสงอัตโนมัติ | ไม่ค่อยเน้น | เก่งที่สุด |
| ตัวหนังสือคมชัด | เก่งที่สุด | ทำไม่ได้ |
| คุมเสียงจอนอก | ทำได้ | ทำได้ |
สรุปสั้น ๆ
- ถ้าคุณอยากได้ “ความคมชัด” และการจัดการ “หน้าต่าง/พื้นที่” → เลือก BetterDisplay
- ถ้าคุณอยากได้ “ความสบายตา” และให้ “แสงจอเปลี่ยนเองอัตโนมัติ” ตามสภาพห้อง → เลือก Lunar
คำแนะนำ: ถ้าคุณต้องรัน Docker และทำงาน Admin บ่อย ๆ ซึ่งต้องเพ่ง Code นาน ๆ ถ้าห้องที่คุณทำงานมีแสงเปลี่ยนบ่อย Lunar Pro จะช่วยถนอมสายตาได้ดีมากครับ แต่ถ้าเน้นจัดระเบียบจอ Workspace ให้เป๊ะ BetterDisplay จะตอบโจทย์กว่า
อ่านเพิ่มเติม