ทั้ง BetterDisplay และ Lunar เป็นแอปยอดนิยมสำหรับคนใช้ Mac คู่กับจอนอก External, สองจอ ทั้งคู่ครับ แต่มีจุดประสงค์การใช้งานและ “ไม้เด็ด” ที่ต่างกันพอสมควร
| คุณสมบัติ | BetterDisplay | Lunar |
| จุดเด่นที่สุด | HiDPI & Scaling ( ทำให้ตัวหนังสือชัดบนจอ 2K/4K ) | Auto Brightness ( ปรับแสงจอตาม Sensor หรือเวลา ) |
| การปิดจอ Mac | ทำได้เนียนมาก ( Disconnect Internal Display ) | ทำได้ ( Blackout Feature ) |
| การควบคุมจอ | เน้นปรับ Resolution และสัดส่วนจอ | เน้นปรับ Brightness/Contrast/Volume ( ผ่าน DDC ) |
| Virtual Screen | ทำได้ดีมาก ( สร้างจอเสมือนเพื่อ Stream หรืออัดจอ ) | ทำไม่ได้ ( เน้นจอที่มีตัวตนจริง ) |
| ความยากง่าย | เมนูเยอะ ปรับแต่งได้ลึก ( เชิง Technical ) | หน้าตาสวยงาม ใช้งานง่ายกว่า ( User Friendly ) |
| ราคา ( ตัวเต็ม ) | มีแบบซื้อขาด ( One-time purchase ) | มีแบบซื้อขาด และมีตัวฟรีที่จำกัดฟีเจอร์ |
เลือกตัวไหนดี
เลือก BetterDisplay ถ้าคุณ…
- เน้นเรื่อง “การจัดการภาพ” ( Resolution, HiDPI, สร้าง Virtual Screen )
- ใช้จอ 2K ( 1440p ) หรือจอ Ultrawide แล้วเจอปัญหาตัวหนังสือเบลอ แอปนี้จะช่วยเปิดโหมด HiDPI ให้ภาพคมกริบเหมือนจอ Retina
- ต้องการ “ตัดการเชื่อมต่อ” ( Disconnect ) จอ MacBook ทิ้งไปเลยขณะเปิดฝา เพื่อให้ macOS มองเห็นแค่จอ External จอเดียว
- ต้องการจัดการเรื่อง Custom Resolution หรือสัดส่วนภาพที่ macOS ปกติทำไม่ได้
- สาย Developer / DevOps ที่ต้องการสร้าง Dummy Display ไว้ทดสอบงาน มันช่วยให้การทำ Screen Mirroring หรือการจัดการพื้นที่หน้าจอเวลาเปิดหลาย ๆ หน้าต่าง ( VS Code, Terminal, Figma ) ทำได้ยืดหยุ่นกว่า
- ฟีเจอร์ Disconnect Internal Display ของมันเสถียรมาก ช่วยให้คุณเปิดฝาเพื่อระบายความร้อนได้โดยที่ macOS ไม่ลากเมาส์หลุดไปในจอ MacBook ที่มืดอยู่
เลือก Lunar ถ้าคุณ…
- เน้นเรื่อง “การจัดการแสงและสี” (Brightness, Contrast, Sync แสงจอ Mac กับจอนอก)
- รำคาญที่ต้องคอยเอื้อมมือไปกดปุ่มใต้จอเพื่อปรับแสง/เสียง ( Lunar ให้คุณใช้ปุ่ม Brightness บนคีย์บอร์ด Mac คุมจอนอกได้เลย )
- ต้องการให้ความสว่างจอ External เปลี่ยนตาม Sensor แสง ของ MacBook ( Sync Brightness )
- เน้นความสวยงามของ UI และเน้นแค่เรื่องการคุม “แสง-สี-เสียง” เป็นหลัก
อ่านเพิ่มเติม