สำหรับการใช้งาน PHP โดยเฉพาะสาย Developer หรือ System Admin ที่ต้องจัดการ Server การรู้คำสั่งผ่าน CLI จะช่วยให้ทำงานได้เร็วและตรวจสอบปัญหาได้แม่นยำขึ้นครับ นี่คือคำสั่ง PHP พื้นฐานและระดับสูงที่ควรมีติดตัวไว้ครับ
คำสั่งตรวจสอบพื้นฐาน
ใช้สำหรับเช็กเวอร์ชันและโมดูลที่ติดตั้งอยู่ในเครื่อง
php -v: ตรวจสอบเวอร์ชันของ PHP ที่ใช้อยู่ปัจจุบันphp -m: แสดงรายชื่อ Extension / Module ทั้งหมดที่ติดตั้งไว้php -i: แสดงข้อมูลphpinfo ()ทั้งหมดในรูปแบบ Text
การรันสคริปต์และทดสอบโค้ด
ไม่ต้องเปิด Browser ก็รันโค้ดได้
php file_name.php: รันไฟล์สคริปต์ PHP ผ่าน Terminal โดยตรงphp -r 'code;': รันโค้ด PHP สั้น ๆ โดยไม่ต้องสร้างไฟล์ เช่น:php -r 'echo "Today is " . date ("Y-m-d") . "\n";'php -a: เข้าสู่โหมด Interactive Shell เอาไว้ลองเขียนโค้ดสั้น ๆ แล้วกด Enter เพื่อดูผลลัพธ์ทันทีphp -S localhost:8000: เปิด Built-in Web Server จำลองเครื่องตัวเองเป็น Server ทันทีโดยไม่ต้องลง Nginx/Apache
การตรวจสอบความถูกต้อง
ช่วยหาจุดผิดในโค้ดก่อนนำไปรันจริง
php -l file_name.php: ตรวจสอบ Syntax ของไฟล์ว่าเขียนผิดตรงไหนหรือไม่ โดยที่ไม่รันโค้ดจริงphp --rf function_name: ดูรายละเอียดของ Function นั้น ๆphp --rc class_name: ดูรายละเอียดของ Class นั้น ๆ
คำสั่งจัดการคอนฟิก
สำคัญมากเวลาเราแก้ไขไฟล์ php.ini แล้วอยากรู้ว่ามันมีผลหรือยัง
php --ini: แสดงเส้นทาง ของไฟล์คอนฟิกที่ PHP ใช้งานอยู่ ทั้งไฟล์หลักและไฟล์แยกในconf.d
Tip: ก่อนจะแก้ไขไฟล์หรือลง Nginx ใหม่ การรู้ตำแหน่งไฟล์เหล่านี้จะช่วยให้เรา Backup เฉพาะจุดที่สำคัญได้แม่นยำขึ้นครับ
คำสั่งแถม: เครื่องมือจัดการ Package
แม้ไม่ใช่คำสั่ง PHP โดยตรง แต่ขาดไม่ได้ในยุคนี้
composer install: ติดตั้ง Library ตามไฟล์composer.lockcomposer update: อัปเดต Library เป็นเวอร์ชันล่าสุดcomposer dump-autoload: สั่งให้สร้างไฟล์ autoload ใหม่
ข้อควรระวัง
หากคุณมีการรัน PHP หลายเวอร์ชันในเครื่องเดียว การใช้คำสั่ง php เฉย ๆ อาจจะได้เวอร์ชันที่ไม่ตรงกับที่หน้าเว็บใช้ แนะนำให้ระบุเลขเวอร์ชันไปเลยในบางครั้ง เช่น php8.2 -m หรือ php7.4 -v เพื่อความชัวร์ครับ
อ่านเพิ่มเติม