Multi-product Strategy

เคยเจอคาถาแยกเงาพันร่างของ startup ม่ะ บริษัทเดียว ออกโปรดัก 4-5 ตัวย่อยมา แล้วรับเงิน สนับสนุน startup ฉ่ำ ๆ อิอิ
Cr. มิตรสหายท่านหนึ่ง

เขาเรียกกลยุทธ์นี้ว่า “Multi-product Strategy” แต่ถ้าทำเพื่อกวาดเงินทุนอย่างเดียว ในวงการมักจะแซวกันว่าเป็น “คาถาแยกเงาพันร่าง”

มันมีทั้งมุมที่ทำเพื่อธุรกิจจริง ๆ กับมุมที่ทำเอาใจ VC มาลองดูไส้ในกันครับว่า “จริงมั้ย” และเขาทำไปเพื่ออะไร


ทำไม Startup ถึงชอบ “แยกเงา” ?

  1. กระจายความเสี่ยง : ตัวแรกอาจจะแป๊ก แต่ตัวที่สามอาจจะปัง การมีหลายโปรดักต์ช่วยให้บริษัทแม่ ยังรอดอยู่ได้
  2. ขยาย Total Addressable Market : ถ้าโปรดักต์เดียวแก้ปัญหาได้แค่กลุ่มเล็ก ๆ การแตกตัวย่อยออกมาจะช่วยให้ครอบคลุมลูกค้าหลายกลุ่มขึ้น ทำให้ตัวเลขใน Pitch Deck ดู “ฉ่ำ” ขึ้นมาก
  3. คาถาเรียกเงินทุน : * บางทีโปรดักต์ A อิ่มตัวแล้ว ระดมทุนเพิ่มยาก
    • ก็แค่เปิดตัวโปรดักต์ B ที่เกาะกระแส
    • ทำให้ดูเหมือนบริษัทมี Growth Story ใหม่ ๆ ตลอดเวลา VC ก็พร้อมเปย์
  4. Cross-selling Ecosystem: สร้างจักรวาลของตัวเองขึ้นมา ให้ลูกค้าใช้บริการวนไปในเครือ ออกจากระบบเราไม่ได้

ความจริงที่ต้องระวัง

แม้จะฟังดูดี แต่การทำแบบนี้ก็มี “กับดัก” ที่ทำเอา Startup ตกม้าตายมาเยอะ

สิ่งที่คิดความเป็นจริง
มี 5 โปรดักต์ = รายได้ 5 ทางFocus กระจาย: พลังงานและทรัพยากรถูกหาร 5 จนไม่มีตัวไหนเก่งจริงสักตัว
ระดมทุนได้เยอะขึ้นBurn Rate พุ่ง: ค่าการตลาดและค่าตัว Dev คูณจำนวนโปรดักต์เข้าไป เงินที่ได้มาอาจจะหมดเร็วกว่าเดิม
ดูเป็นบริษัทใหญ่Identity Crisis: ลูกค้า เริ่มสับสนว่าสรุปบริษัทนี้เก่งเรื่องอะไรกันแน่

ความเห็นเค้า จริงครับ และเป็นเรื่องปกติในเชิงกลยุทธ์ด้วย แต่คำถามสำคัญคือ “เงา” ที่แยกออกมานั้น มีคุณภาพแค่ไหน?

  • ถ้าแยกออกมาเพื่อแก้ปัญหาให้ลูกค้าจริง ๆ = Scalability
  • ถ้าแยกออกมาเพื่อปั้นตัวเลขไปขอเงิน VC รอบหน้าเฉย ๆ = Ponzi-ish Startup

อ่านเพิ่มเติม