การใช้ Cloudflare Plugin ใน WordPress เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเพิ่มความเร็วและความปลอดภัยให้กับเว็บไซต์โดยที่คุณไม่ต้องเข้าไปตั้งค่าที่หน้าเว็บ Cloudflare ( CDN ) บ่อย ๆ ครับ
ขั้นตอนการเตรียมตัว ( Pre-requisites )
ก่อนจะใช้ Plugin ได้ คุณต้องตั้งค่าที่ตัวโดเมนก่อน
- สมัครสมาชิกที่ Cloudflare.com
- เพิ่มเว็บไซต์ของคุณ (Add Site) และเปลี่ยน Nameservers ที่ผู้ให้บริการโดเมนของคุณ ให้มาชี้ที่ Cloudflare ตามที่ระบบกำหนด
- รอจนสถานะใน Cloudflare ขึ้นว่าเป็น “Active”
วิธีการติดตั้งและเชื่อมต่อ Plugin
เมื่อโดเมนพร้อมแล้ว ให้ทำตามขั้นตอนนี้ใน WordPress ครับ
- ไปที่ Plugins > Add New ค้นหาคำว่า “Cloudflare” แล้วกด Install และ Activate
- ไปที่เมนู Settings > Cloudflare
- กดปุ่ม Sign in ( ถ้ามีบัญชีอยู่แล้ว )
- ระบบจะถามหา Email และ API Key/Token:
- ไปที่หน้า Dashboard ของ Cloudflare ( หน้าเว็บ )
- คลิกที่รูปโปรไฟล์ขวาบน > My Profile > API Tokens
- แนะนำให้เลือกสร้าง API Token โดยใช้ Template “WordPress” เพื่อความปลอดภัย ( จำกัดสิทธิ์เฉพาะเว็บนั้น ๆ ) หรือใช้ Global API Key ก็ได้ครับ
- นำค่าที่ได้มาใส่ใน Plugin แล้วกด Save API Credentials
การตั้งค่าที่แนะนำ ( Recommended Settings )
เมื่อเชื่อมต่อสำเร็จแล้ว คุณจะเห็นหน้าตั้งค่าหลัก ให้เปิดใช้งานตัวเลือกเหล่านี้
- Apply Recommended Cloudflare Settings: คลิกปุ่มเดียวเพื่อเปิดการตั้งค่าที่ Cloudflare แนะนำสำหรับ WordPress (เช่น ความปลอดภัย และการจัดการ Cache พื้นฐาน)
- Automatic Cache Purge: เปิดไว้เพื่อให้ Cloudflare ล้าง Cache อัตโนมัติเวลาคุณกด Update บทความหรือเปลี่ยน Theme หน้าเว็บจะได้อัปเดตทันที
- Automatic Platform Optimization (APO): * (ตัวเลือกนี้ต้องเสียเงิน $5/เดือน หรืออยู่ในแผน Pro ขึ้นไป)* เป็นฟีเจอร์ที่เทพที่สุดสำหรับ WordPress เพราะจะเก็บหน้า HTML ทั้งหมดไว้ที่ Edge Server ของ Cloudflare ทำให้เว็บโหลดเร็วขึ้นมากทั่วโลก
ข้อควรระวัง
- SSL Settings: ในหน้าเว็บ Cloudflare ( เมนู SSL / TLS ) แนะนำให้ตั้งเป็น “Full” หรือ “Full (Strict)” เพื่อป้องกันปัญหา Redirect Loop ( หน้าเว็บค้างหรือ Error 525 )
- Development Mode: หากคุณกำลังแก้ไข Design เว็บหนัก ๆ ให้เปิดโหมดนี้ใน Plugin เพื่อหยุดการ Cache ชั่วคราว จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงแบบ Real-time ครับ