วัน: 4 กุมภาพันธ์ 2020

ระบบจัดเรียงพิมพ์เอกสาร TeX: เบื้องหลังมาตรฐานงานพิมพ์วิชาการระดับโลกระบบจัดเรียงพิมพ์เอกสาร TeX: เบื้องหลังมาตรฐานงานพิมพ์วิชาการระดับโลก

TeX (เท็ก) คือระบบจัดเรียงพิมพ์เอกสาร (Typesetting System) ระดับตำนานที่พัฒนาโดย Donald E. Knuth ศาสตราจารย์ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ออกแบบขึ้นเพื่อแก้ปัญหาคุณภาพงานพิมพ์ทางวิชาการและสมการคณิตศาสตร์ที่โปรแกรมประมวลผลคำทั่วไปไม่สามารถทำได้อย่างแม่นยำ


จุดกำเนิดจากความไม่พอใจในคุณภาพงานพิมพ์

ย้อนกลับไปในช่วงปลายทศวรรษ 1970 Donald Knuth กำลังเตรียมตีพิมพ์หนังสือชุด The Art of Computer Programming เล่มที่สอง แต่พบว่ากระบวนการจัดพิมพ์แบบออฟเซ็ตดิจิทัลในยุคนั้นทำให้สมการคณิตศาสตร์และตัวอักษรดูแย่ลงอย่างมาก ไม่ได้มาตรฐานความประณีตตามแบบฉบับงานพิมพ์โลหะดั้งเดิม

Knuth จึงตัดสินใจหยุดพักงานเขียนชั่วคราวและเริ่มพัฒนาระบบจัดเรียงพิมพ์ของตัวเองขึ้นในปี 1977 จนกลายมาเป็น TeX

ที่มาของชื่อ TeX:
คำว่า TeX มาจากอักษรภาษากรีก τεχ (Tau, Epsilon, Chi) ซึ่งเป็นรากศัพท์ของคำว่า “Technology” และ “Art” ในภาษากรีกโบราณ จึงทำให้ออกเสียงตัว X ท้ายคำคล้ายเสียง “ค” หรือ “เคอะ” ในลำคอ (ไม่ใช่ ‘เท็กซ์’ แบบ X ในภาษาอังกฤษ)


ปรัชญาและกลไกการทำงานที่โดดเด่น

ความแตกต่างสำคัญระหว่าง TeX กับโปรแกรมประเภท WYSIWYG (What You See Is What You Get เช่น Microsoft Word) คือ TeX ทำงานในรูปแบบของ Markup Language คล้ายการเขียนโค้ด โดยมีอัลกอริทึมแกนหลักที่ชาญฉลาด

  • Boxes and Glue Model: TeX มองทุกองค์ประกอบในหน้ากระดาษเป็น “กล่อง” (Boxes) เช่น ตัวอักษร คำ หรือสูตรคณิตศาสตร์ และเชื่อมต่อระหว่างกล่องด้วย “กาว” (Glue) ซึ่งมีความยืดหยุ่น ยืดหดได้ตามระยะห่างที่เหมาะสมที่สุด
  • Knuth–Plass Line-Breaking Algorithm: ไม่ได้ตัดคำและขึ้นบรรทัดใหม่แบบทีละบรรทัด แต่คำนวณและประเมินผลกระทบทั้งย่อหน้าพร้อมกัน เพื่อหาจุดตัดคำที่กระจายช่องว่างได้สวยงามและสม่ำเสมอที่สุด ลดปัญหาช่องไฟห่างหรือชิดผิดปกติ
  • ความแม่นยำระดับจุลภาค: TeX ใช้หน่วยวัดที่ละเอียดมาก เรียกว่า Scaled Point (sp) โดย 1 pt = 65,536 sp ส่งผลให้ผลลัพธ์การจัดหน้าออกมาเหมือนกันทุกประการแบบบิตต่อบิต ไม่ว่าจะคอมไพล์บนระบบปฏิบัติการใด

ตระกูลและระบบต่อขยายของ TeX

ระบบ / เครื่องมือบทบาทและจุดเด่นสำคัญ
Plain TeXระบบแกนหลักดั้งเดิม มีคำสั่งพื้นฐานระดับต่ำ (Low-level) ทรงพลังแต่มีความซับซ้อนในการใช้งาน
LaTeXชุดมาโครที่พัฒนาโดย Leslie Lamport ช่วยให้ผู้เขียนโฟกัสที่ “โครงสร้างเนื้อหา” มากกว่าการวางตำแหน่งทีละบรรทัด กลายเป็นมาตรฐานหลักในปัจจุบัน
XeTeX / LuaTeXเอนจินยุคใหม่ที่รองรับฟอนต์ระบบสมัยใหม่ (OpenType / TrueType) และรองรับการเข้ารหัส Unicode (UTF-8) ทำให้รองรับภาษาต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงภาษาไทยได้อย่างสมบูรณ์
METAFONTระบบออกแบบและสร้างแบบอักษรดิจิทัลด้วยสมการเวกเตอร์ ที่ Knuth พัฒนาควบคู่กับ TeX เพื่อสร้างตระกูลฟอนต์ Computer Modern

เสถียรภาพและปรัชญาเลขเวอร์ชันที่ไม่เหมือนใคร

ระบบเลขเวอร์ชันของ TeX แตกต่างจากซอฟต์แวร์ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง โดย Knuth กำหนดให้เวอร์ชันเข้าใกล้ค่าคงที่ π (พาย) เรื่อย ๆ ตามจำนวนบั๊กที่แก้ไข:

  • เวอร์ชัน 3
  • เวอร์ชัน 3.1
  • เวอร์ชัน 3.14
  • เวอร์ชันปัจจุบัน: 3.141592653

Knuth ได้ระบุไว้ในพินัยกรรมว่า เมื่อเขาถึงแก่กรรม ระบบ TeX จะไม่มีการเพิ่มฟังก์ชันหรือแก้ไขโค้ดใดๆ อีกต่อไป และหากยังมีบั๊กหลงเหลืออยู่ ให้ถือว่าเป็นคุณลักษณะถาวรของระบบ (Feature) เพื่อรักษาความเข้ากันได้แบบ 100% ตลอดกาล


บทสรุป

แม้เวลาจะผ่านไปหลายทศวรรษ แต่หลักการออกแบบของ TeX ยังคงเป็นรากฐานและมาตรฐานสูงสุดของวงการจัดพิมพ์เอกสารวิชาการ วิทยานิพนธ์ รายงานวิจัย และตำราคณิตศาสตร์/วิทยาศาสตร์ทั่วโลก ความสามารถในการจัดการสมการที่ซับซ้อนและความเสถียรระดับที่ไม่เปลี่ยนรูปแบบผลลัพธ์ ทำให้ TeX และ LaTeX ยังคงครองตำแหน่งซอฟต์แวร์จัดพิมพ์ที่ยากจะหาโปรแกรมใดมาทดแทนได้


อ่านเพิ่มเติม