วัน: 11 ตุลาคม 2012

ผลทางกฎหมายและภาระความรับผิด กรณีคณะกรรมการหรือนิติบุคคลแจ้งสำนักงานเขตให้ดำเนินการกรณีต่อเติมอาคารผิดไปจากแบบที่ได้รับอนุญาตแล้ว แต่หน่วยงานรัฐยังไม่ดำเนินการบังคับรื้อถอนผลทางกฎหมายและภาระความรับผิด กรณีคณะกรรมการหรือนิติบุคคลแจ้งสำนักงานเขตให้ดำเนินการกรณีต่อเติมอาคารผิดไปจากแบบที่ได้รับอนุญาตแล้ว แต่หน่วยงานรัฐยังไม่ดำเนินการบังคับรื้อถอน

ในโลกของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการอยู่อาศัยร่วมกัน ความขัดแย้งทางกฎหมายมักเกิดขึ้นเมื่อการกระทำของบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้ละเลยหรือบิดเบือนไปจากข้อกำหนดที่ได้รับอนุญาต การกำกับดูแลอาคารจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องอาศัยทั้งกลไกทางสังคม (เช่น คณะกรรมการนิติบุคคล) และอำนาจรัฐ (เช่น สำนักงานเขต) ทำงานร่วมกันให้เกิดความสมบูรณ์ตามกฎหมาย เมื่อมีการตรวจพบการต่อเติมหรือดัดแปลงอาคารที่ไม่ถูกต้อง การดำเนินการของคณะกรรมการฯ ในฐานะผู้ดูแลส่วนรวมจึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่คำถามที่ซับซ้อนกว่านั้นคือ: หากหน่วยงานรัฐรับทราบเรื่องแล้วแต่ยังไม่มีการบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด ใครจะเป็นผู้แบกภาระความเสี่ยงและใครมีหน้าที่ต้องดำเนินการต่อไป?


เจาะลึกรายละเอียดและประเด็นสำคัญ

ในทางกฎหมาย การที่คณะกรรมการหรือนิติบุคคลฯ แจ้งเรื่องต่อสำนักงานเขตถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต (Good Faith) และเป็นภาระความรับผิดชอบเชิงสังคม แต่การแจ้งเพียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าหน่วยงานรัฐจะถูกยกเว้นจากหน้าที่ในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย การที่หน่วยงานรัฐทราบถึงการกระทำที่ผิดกฎหมายแล้วแต่ยังไม่ดำเนินการรื้อถอน อาจเข้าข่ายปัญหาทางปกครองในเรื่อง “ความล่าช้า” หรือ “การละเลยต่อหน้าที่” (Omission) ซึ่งผู้เสียหายหรือผู้มีส่วนได้เสียสามารถพิจารณาใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อเรียกร้องให้เกิดการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ควรจะเป็น

ภาระความรับผิดในกรณีนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวเจ้าของอาคารที่ต่อเติมเท่านั้น แต่ยังขยายไปถึงกลไกการกำกับดูแลด้วย หากพิสูจน์ได้ว่าหน่วยงานรัฐมีหน้าที่โดยตรงในการตรวจสอบและป้องกันอันตรายสาธารณะ และการเพิกเฉยนั้นก่อให้เกิดความเสียหายอย่างชัดเจน อาจนำไปสู่การพิจารณาเรื่องความรับผิดทางละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐตามกฎหมายปกครอง ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องอาศัยการรวบรวมหลักฐานการแจ้งและการติดตามผลอย่างรอบด้าน


การนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตและการทำงานยุคใหม่

  • สำหรับคณะกรรมการนิติบุคคลฯ: ควรดำเนินการจัดทำบันทึกการแจ้งเรื่อง (Complaint Log) อย่างเป็นระบบ ระบุวันที่ เวลา และผู้รับผิดชอบของหน่วยงานรัฐที่ได้รับทราบ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการติดตามและเรียกร้องให้เกิดการปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง
  • สำหรับเจ้าของทรัพย์สินผู้เสียหาย: หากหน่วยงานรัฐเพิกเฉยจนก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสาธารณะ (เช่น โครงสร้างอาคาร) ควรพิจารณาการดำเนินการทางกฎหมายโดยตรง เช่น การฟ้องคดีปกครองเพื่อบังคับให้หน่วยงานรัฐปฏิบัติหน้าที่ หรือการร้องเรียนไปยังองค์กรกำกับดูแลที่สูงกว่า

ท้ายที่สุดแล้ว ปัญหาความผิดพลาดในการก่อสร้างและการละเลยของเจ้าหน้าที่รัฐสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างทางกฎหมายและกลไกการกำกับดูแลที่ยังไม่สมบูรณ์ การตระหนักรู้ในสิทธิ หน้าที่ และแนวทางการรวบรวมหลักฐานอย่างถูกต้องตามกระบวนการยุติธรรม จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการอยู่อาศัยร่วมกัน


อ่านเพิ่มเติม