PlusMagi's Blog By Pitt Phunsanit Linux,macOS,Shell Script htop, top ใน linux และ mac

htop, top ใน linux และ mac

สำหรับสายส่องระบบ (System Monitoring) บน Linux และ macOS ไม่มีเครื่องมือไหนคลาสสิกและหยิบมาใช้บ่อยไปกว่า top และ htop อีกแล้ว บทความนี้จะสรุปแบบเข้าใจง่าย ชี้ให้เห็นความต่าง และวิธีการอ่านค่าแบบเซียนครับ


📊 รู้จักกับ top และ htop: เครื่องมือตรวจสุขภาพของระบบ


top (Table of Processes) — พี่ใหญ่ยุคเก๋า มีติดเครื่องทุกระบบ

top คือเครื่องมือมาตรฐานที่ “มีอยู่ทุกที่” ไม่ว่าคุณจะเปิด Linux Server ตัวไหน หรือใช้ macOS อยู่ แค่พิมพ์ top ใน Terminal ก็ใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้งอะไรเพิ่ม

  • ข้อดี: เบามาก ไม่กินทรัพยากร, ไม่ต้องติดตั้งเพิ่ม, มีในทุก Unix-like OS
  • ข้อเสีย: หน้าตาเข้าใจยาก (เป็น Text ล้วนๆ สีเดียว), ใช้เมาส์คลิกไม่ได้, ต้องจำคีย์ลัดในการสั่งงาน

htop — น้องใหม่หน้าตาดี ใช้ง่าย ทรงพลัง

htop ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้จุดบกพร่องของ top โดยเปลี่ยนหน้าจอทื่อ ๆ ให้กลายเป็น Dashboard สีสันสดใส มีกราฟแท่งแสดงผลสวยงาม และรองรับการใช้เมาส์คลิก!

  • ข้อดี: หน้าตาสวยงาม อ่านง่ายทันที, มีกราฟแสดงผล CPU/RAM แยกแต่ละคอร์, ใช้เมาส์คลิกเลือก Process ได้, ค้นหาและกรองข้อมูลง่าย
  • ข้อเสีย: ต้องติดตั้งเพิ่มเองก่อนใช้งาน (ไม่ได้ติดมากับระบบแต่แรก)

🛠️ วิธีการติดตั้ง htop (เพราะ top มีอยู่แล้ว)


บน macOS

วิธีที่ง่ายที่สุดคือติดตั้งผ่าน Homebrew (หากยังไม่มี แนะนำให้ติดตัว brew ไว้ก่อนครับ)

brew install htop


บน Linux (Ubuntu / Debian)

sudo apt update
sudo apt install htop


บน Linux (CentOS / RHEL / Fedora)

sudo dnf install htop
หรือสำหรับเวอร์ชันเก่า
sudo yum install htop


👀 วิธีอ่านค่าบนหน้าจอ (ฉบับเข้าใจง่าย)

เมื่อเราพิมพ์ htop เข้าไป เราจะเห็นหน้าจอแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ดังนี้ครับ

  • ส่วนบน (Header) — สรุปภาพรวมระบบ
    • CPU [||||…]: แสดงการทำงานของ CPU แต่ละคอร์ ยิ่งแถบสีเยอะ แปลว่าทำงานหนัก
    • Mem [||||…]: แถบแสดงการใช้ RAM (Memory)
    • Swp []: Swap Space (พื้นที่ฮาร์ดดิสก์ที่ถูกยืมมาทำเป็น RAM ชั่วคราว ถ้าแถบนี้เต็ม แปลว่า RAM จริงของคุณหมดเกลี้ยงแล้ว)
    • Load Average: ค่าเฉลี่ยความต้องการใช้ CPU ในช่วงเวลา 1, 5, และ 15 นาทีที่ผ่านมา (ถ้าค่าเกินจำนวนคอร์ CPU แปลว่าเครื่องเริ่มคอขวด)
  • ส่วนกลาง (Process List) — รายการโปรแกรมที่รันอยู่
    • PID: ID ของโปรแกรมนั้นๆ (เอาไว้ใช้สั่งปิด)
    • USER: ใครเป็นคนสั่งรันโปรแกรมนี้
    • RES (Resident Size): RAM จริงๆ ที่โปรแกรมนั้นกำลังใช้อยู่ (ดูช่องนี้จะแม่นที่สุด)
    • %CPU & %MEM: เปอร์เซ็นต์การใช้งาน CPU และ RAM ของโปรแกรมนั้น ณ ปัจจุบัน
    • COMMAND: ชื่อโปรแกรมหรือคำสั่งที่กำลังทำงานอยู่
  • ส่วนล่าง (Shortcut Menu) — คีย์ลัดสั่งการ (เฉพาะ htop)
    • htop จะมีเมนู F1 – F10 บอกไว้ด้านล่างสุด เช่น:
    • F3 (Filter): พิมพ์ค้นหาโปรแกรมเฉพาะที่สนใจ
    • F6 (SortBy): คลิกเลือกให้เรียงลำดับตาม %CPU หรือ %MEM ได้ง่ายๆ
    • F9 (Kill): สั่งปิดโปรแกรมที่ค้างอยู่ทันที

🥊 ตารางเปรียบเทียบ: top vs htop

ฟีเจอร์tophtop
การติดตั้งมีมาให้เลยในระบบ (Built-in)ต้องติดตั้งเพิ่มเอง
หน้าตา (UI)ตัวอักษรสีเดียว ดูยากสีสันสดใส มีกราฟแท่ง (Progress Bar)
การใช้เมาส์ไม่รองรับรองรับ (คลิกเพื่อจัดเรียงหรือเลือกโปรแกรมได้)
การเลื่อนดูข้อมูลเลื่อนขึ้น-ลง ได้จำกัดเลื่อนขึ้น-ลง-ซ้าย-ขวา ได้อิสระ
การสั่งปิดโปรแกรม (Kill)ต้องพิมพ์ PID เองเลื่อนไปกดเลือกแล้วกด F9 ได้เลย

💡 สรุป: ควรใช้ตัวไหนดี?

  • ใช้ htop เป็นหลัก: ถ้าคุณนั่งทำงานบนเครื่องตัวเอง (Local) หรือเป็น Server ที่คุณต้องดูแลประจำ การลง htop ไว้จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ มองแวบเดียวก็รู้เรื่อง
  • ใช้ top เป็นมวยสำรอง: ในกรณีที่คุณต้องรีโมท (SSH) เข้าไปดูแลเครื่อง Server ของลูกค้า หรือเครื่องระบบปิดที่ไม่สามารถต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อติดตั้งโปรแกรมเพิ่มได้ การใช้ top ให้คล่องจะช่วยให้คุณเอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์ครับ

อ่านเพิ่มเติม

Leave a Reply