PlusMagi's Blog By Pitt Phunsanit Technology Sony CLIÉ: การปฏิวัติวงการ PDA เมื่อโลกมัลติมีเดียมาบรรจบกับ Palm OS

Sony CLIÉ: การปฏิวัติวงการ PDA เมื่อโลกมัลติมีเดียมาบรรจบกับ Palm OS

ในช่วงต้นยุค 2000s ก่อนที่สมาร์ตโฟนหน้าจอสัมผัสอย่าง iPhone หรือ Android จะครองโลก อุปกรณ์ดิจิทัลพกพาที่นักบริหารและคนรักเทคโนโลยีต้องมีติดกระเป๋าคือ PDA (Personal Digital Assistant) หรือคอมพิวเตอร์พกพา ซึ่งในเวลานั้น เจ้าตลาดอย่าง Palm เน้นผลิตอุปกรณ์เรียบง่ายสำหรับการจดบันทึก นัดหมาย และจัดการอีเมล แต่การก้าวเข้ามาของ Sony ในปี 2000 ได้เปลี่ยนโฉมหน้าอุปกรณ์สำนักงานที่แสนจริงจัง ให้กลายเป็นศูนย์รวมความบันเทิงล้ำสมัย ภายใต้ชื่อตระกูล Sony CLIÉ


กำเนิดของ CLIÉ: นิยามใหม่ของชีวิตยุคดิจิทัล

คำว่า CLIÉ ย่อมาจาก “Communication, Link, Information and Entertainment”

Sony เลือกใช้ระบบปฏิบัติการ Palm OS ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเสถียร ใช้งานง่าย และประหยัดพลังงาน แต่สิ่งที่ทำให้ CLIÉ ฉีกกรอบ PDA ทั่วไปในยุคนั้น คือการนำปรัชญาการออกแบบและจุดเด่นด้านฮาร์ดแวร์ของ Sony เข้ามาผสมผสานอย่างเต็มพิกัด ไม่ว่าจะเป็นระบบเสียงแบบ Walkman หน้าจอความละเอียดสูง และการรองรับการ์ดเก็บข้อมูลความเร็วสูงอย่าง Memory Stick


จุดเด่นที่พา CLIÉ ก้าวนำคู่แข่ง

  • หน้าจอความละเอียดสูงระดับ Hi-Res
    ในยุคที่ Palm ส่วนใหญ่ยังใช้หน้าจอขาวดำหรือจอสีความละเอียดเพียง 160 x160 พิกเซล Sony ได้เปิดตัวหน้าจอความละเอียด 320 x 320 พิกเซล และพัฒนาต่อไปจนถึง 320 x 480 พิกเซล ให้ภาพคมชัด สีสันสดใส และแสดงตัวอักษรภาษาต่าง ๆ ได้อย่างสวยงาม
  • ศูนย์กลางมัลติมีเดียพกพา
    CLIÉ เป็น PDA ยุคแรก ๆ ที่สามารถเล่นไฟล์เพลง MP3/ATRAC3 และไฟล์วิดีโอได้อย่างลื่นไหล พร้อมชิปประมวลผลเสียงระดับพรีเมียมและช่องเสียบหูฟังคุณภาพสูง
  • ปุ่มควบคุม Jog Dial
    เอกลักษณ์สำคัญของ Sony ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลื่อนเมนูและกดเลือกคำสั่งได้ด้วยนิ้วโป้งเพียงนิ้วเดียวโดยไม่ต้องหยิบปากกา Stylus ออกมาตลอดเวลา
  • กล้องดิจิทัลในตัว
    หลายรุ่นของ CLIÉ ติดตั้งโมดูลกล้องที่สามารถหมุนปรับทิศทางได้ เพื่อการถ่ายภาพนิ่งและบันทึกคลิปสั้นลง Memory Stick ทันที

รุ่นเด่นในความทรงจำ

  1. PEG-N700C (ปี 2001)
    รุ่นบุกเบิกที่สร้างแรงกระเพื่อมอย่างมหาศาล เพราะเป็น Palm OS รุ่นแรกที่มีหน้าจอสีความละเอียดสูงพร้อมความสามารถในการเล่นไฟล์ MP3
  2. PEG-NR70V (ปี 2002)
    ความลงตัวระหว่างความคลาสสิกกับความล้ำสมัย ด้วยดีไซน์ฝาพับแบบ Clamshell มีคีย์บอร์ด QWERTY ขนาดจิ๋ว และหน้าจอที่สามารถหมุนพับกลับมาเป็นแท็บเล็ตทรงแบนได้
  3. PEG-UX50 (ปี 2003)
    ก้าวข้ามสู่แนวคิด Mini Laptop พกพา มีทั้ง Wi-Fi และ Bluetooth ในตัว บอดี้โลหะบางเฉียบ ออกแบบมาเพื่อการพิมพ์งาน ท่องเว็บ และเช็กอีเมลขณะเดินทาง
  4. PEG-VZ90 (ปี 2004)
    รุ่นสุดท้ายระดับตำนาน วางจำหน่ายเฉพาะในญี่ปุ่น มาพร้อมหน้าจอ OLED สีสันสดใสขนาด 3.85 นิ้ว ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่ล้ำยุคมากในขณะนั้น

การสิ้นสุดของยุคสมัยและมรดกทางเทคโนโลยี

แม้ Sony CLIÉ จะได้รับการยกย่องในเรื่องนวัตกรรมและงานประกอบระดับไฮเอนด์ แต่ช่วงกลางทศวรรษที่ 2000 โลกเทคโนโลยีเริ่มเข้าสู่จุดเปลี่ยน โทรศัพท์มือถือเริ่มพัฒนาความสามารถในการจัดการข้อมูล (Smartphone) ผนวกกับระบบ Palm OS เองเริ่มถึงขีดจำกัดในการรองรับระบบ Multitasking และสถาปัตยกรรมฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่

ในปี 2004 ทาง Sony จึงประกาศยุติการทำตลาด CLIÉ นอกประเทศญี่ปุ่น และปิดตัวสายการผลิตทั้งหมดลงในปี 2005


แม้ว่าอายุขัยของ CLIÉ จะอยู่บนหน้าประวัติศาสตร์เทคโนโลยีเพียงราว 5 ปี แต่มรดกทางความคิดในการรวม “เครื่องมือทำงาน” และ “ความบันเทิงมัลติมีเดีย” เข้าไว้ด้วยกัน ได้กลายมาเป็นพิมพ์เขียวสำคัญที่ส่งต่อแรงบันดาลใจไปยังสมาร์ตโฟนในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง


Exit mobile version