PlusMagi's Blog By Pitt Phunsanit Technology ชุบชีวิต Synology DS112j: เทคนิคจูน DSM 6.2 ให้ลื่นไหล ทำงานเป็น File Server ประจำบ้าน

ชุบชีวิต Synology DS112j: เทคนิคจูน DSM 6.2 ให้ลื่นไหล ทำงานเป็น File Server ประจำบ้าน

แม้เวลาจะล่วงเลยมานานนับสิบปี แต่ฮาร์ดแวร์อย่าง Synology DS112j ยังคงพบเห็นได้ตามโต๊ะทำงานและมุมเราเตอร์ของหลายบ้าน ด้วยตัวเครื่องขนาดกะทัดรัด กินไฟต่ำ และความทนทานตามมาตรฐาน Synology ทว่าอุปสรรคสำคัญในการใช้งานปัจจุบันคือสเปกฮาร์ดแวร์

  • CPU
    Marvell Armada 300 (1.0 GHz, Single-Core 32-bit ARM)
  • RAM
    128 MB DDR2 (บัดกรีติดบอร์ด อัปเกรดไม่ได้)

แรมขนาด 128 MB ถือเป็น “คอขวดวิกฤต” บน DSM 6.2 ทันทีที่หน่วยความจำเต็ม ระบบจะสลับไปทำ Disk Paging (Swap) บนฮาร์ดดิสก์ ส่งผลให้ระบบหน่วง อาการ Disk 100% ค้าง และความเร็วในการแชร์ไฟล์ (SMB) ตกฮวบ

บทความนี้สรุปแนวทางการปรับแต่ง (Tuning) DS112j ให้กลายสภาพเป็น Pure Storage Server ที่กินแรมน้อย ตอบสนองไว และเสถียรสำหรับการใช้งานจริง


รื้อถอน Bloatware: เคลียร์พื้นที่ Package Center

บริการเสริมหลายตัวของ Synology ออกแบบมาสำหรับชิปมัลติคอร์และแรมหลักกิกะไบต์ การรันแพ็กเกจเหล่านี้บน DS112j คือสาเหตุหลักที่ทำให้เครื่องค้าง

ให้เข้าไปที่ Package Center แล้วกด Uninstall แพ็กเกจต่อไปนี้ออกทั้งหมด

  • Photo Station / Moments / Synology Photos
    บริการแปลงและสร้างภาพขนาดย่อ (Thumbnail generation) ซึ่งจะดึงพลัง CPU ไป 100% ตลอดเวลาที่มีการโยนภาพถ่ายเข้าเครื่อง
  • Audio Station / Video Station / Media Server (DLNA)
    ตัวกระจายสัญญาณสื่อที่คอยเปิด Background Worker มอนิเตอร์ไฟล์ตลอดเวลา
  • Synology Drive Server / Cloud Station
    เซอร์วิสซิงก์ไฟล์ที่รันฐานข้อมูล PostgreSQL อยู่เบื้องหลัง ซึ่งกินแรมเพียงตัวเดียวเกินกว่า 40–60 MB
  • Download Station & Antivirus Essential
    งานดาวน์โหลดและสแกนไวรัสแบบเรียลไทม์เกินกำลังของซีพียู Single-core รุ่นนี้

ตัดระบบ Indexing และ Background Watchers

แม้จะลบแอปออกแล้ว ระบบ DSM ยังมีโปรเซสสแกนไฟล์ทำงานอยู่เบื้องหลัง ให้ปรับแต่งค่าระบบตามนี้

  1. ปิด Indexed Folders
    • ไปที่ Control Panel > Indexing Service > Indexed Folder
    • ลบโฟลเดอร์แชร์ทั้งหมดออกจากรายการ เพื่อป้องกันไม่ให้เซอร์วิส synoindexd แอบสแกนหา Metadata ของไฟล์
  2. ปิด QuickConnect & Relay
    • หากใช้งานแชร์ไฟล์เฉพาะในบ้าน หรือเข้าถึงผ่าน VPN ส่วนตัว ให้ไปที่ Control Panel > QuickConnect แล้วติ๊กออก การปิดช่องทางนี้จะช่วยลดเซอร์วิส Relay Tunnel และ Network Heartbeat ออกไป
  3. ปิดการสแกนระบบอัตโนมัติ
    • เปิด Security Advisor > Advanced ปรับรอบการสแกนอัตโนมัติเป็น Never
    • ตรวจสอบ Storage Manager ปิดตาราง S.M.A.R.T. Test แบบถี่ๆ ให้เหลือเพียงเดือนละครั้ง เพื่อไม่ให้กวน I/O ของจานหมุน

ปรับแต่ง SMB File Services ให้เบาและกิน I/O ต่ำ

หัวใจสำคัญของการแชร์ไฟล์คือโปรโตคอล SMB บนฮาร์ดแวร์ระดับนี้ ต้องลดกระบวนการคำนวณที่ซ้ำซ้อนทิ้งให้หมด

ไปที่ Control Panel > File Services > แท็บ SMB/AFP/NFS

  • ปิด AFP และ NFS
    หากในเครือข่ายไม่มีระบบที่บังคับใช้เฉพาะเจาะจง ให้เปิดไว้เพียง SMB ตัวเดียว เพื่อลดดาต้าเบสล็อกไฟล์ของโปรโตคอลอื่น
  • กด Advanced Settings ของ SMB แล้วปรับแต่งดังนี้
    • Maximum SMB protocol
      SMB3
    • Minimum SMB protocol
      SMB2 (ปิดการใช้งาน SMB1 เพื่อความปลอดภัยและลดภาระเน็ตเวิร์กบรอดแคสต์)
    • Opportunistic Locking (OpLocks)
      ติ๊กเปิด (อนุญาตให้ไคลเอนต์แคชข้อมูลฝั่งผู้ใช้ ลดจำนวนการเรียก I/O มายังฮาร์ดดิสก์ของ NAS)
    • Enable SMB cache
      ติ๊กเปิด
    • Transport encryption mode
      ตั้งค่าเป็น Disabled (สำคัญมาก) เนื่องจากซีพียู Armada 300 ไม่มีชุดคำสั่งฮาร์ดแวร์เร่งการเข้ารหัส (Hardware Encryption Engine) หากเปิดโหมดเข้ารหัส ความเร็วการรับส่งไฟล์จะลดลงเหลือเพียง 2–5 MB/s

รีดประสิทธิภาพขั้นสูงผ่าน CLI (Command Line Tuning)

สำหรับผู้ที่เปิดใช้งาน SSH (Control Panel > Terminal & SNMP) สามารถสั่งระงับเซอร์วิสระบบภายในที่ไม่จำเป็นได้โดยตรง

เชื่อมต่อ SSH เข้าสู่เครื่องด้วย Terminal แล้วรันคำสั่ง

Bash

BASH / Shell

# สลับเป็นสิทธิ์ root
sudo -i

# สั่งพักการทำงานของระบบสร้าง thumbnail และตัวทำดัชนีไฟล์
synoservice --pause synomkthumbd
synoservice --pause synoindexd

# ปิดเซอร์วิส telemetry และส่งข้อมูลสถิติกลับผู้ผลิต
synoservice --disable synoanalyticsd

การตั้งค่าให้รันอัตโนมัติทุกครั้งที่บูตเครื่อง

เนื่องจากคำสั่งบางตัวอาจถูกระบบรีเซ็ตกลับมาเมื่อเปิดเครื่องใหม่ สามารถนำไปใส่ใน Task Scheduler ได้

  1. ไปที่ Control Panel > Task Scheduler
  2. เลือก Create > Triggered Task > User-defined script
  3. ตั้งชื่อภารกิจ เลือกรันด้วย User: root และ Event: Boot-up
  4. ในแท็บ Task Settings ใส่คำสั่ง
    /usr/syno/sbin/synoservice --pause synomkthumbd /usr/syno/sbin/synoservice --pause synoindexd /usr/syno/sbin/synoservice --disable synoanalyticsd

ตัวชี้วัดผลลัพธ์หลังการจูน

หลังจากรีบูตระบบและปล่อยให้เครื่องเดินเครื่องเปล่า (Idle) ประมาณ 5–10 นาที

สภาวะก่อนปรับแต่งหลังปรับแต่ง
CPU Idleแกว่งระหว่าง 40% – 100%นิ่งอยู่ที่ 1% – 5%
RAM Usage80% – 95% (แตะ Swap ตลอดเวลา)ลดลงเหลือ 35% – 50% (ราว 45–60 MB)
การตอบสนอง SMBโฟลเดอร์ค้าง หมุนติ้วก่อนโหลดรายการเปิดโฟลเดอร์ได้ทันที ความเร็วทะลุขีดจำกัด SATA/LAN 1Gbps ตามสภาพจานหมุน

แม้ Synology DS112j จะไม่เหมาะสำหรับการรันคอนเทนเนอร์ สำรองข้อมูลรูปภาพอัตโนมัติ หรือสตรีมมิ่งมัลติมีเดียในยุคนี้ แต่เมื่อลดทอนภาระงานที่ไม่จำเป็นออกทั้งหมด ตัวเครื่องจะทำหน้าที่เป็น Local Network Attached Storage สำหรับเก็บไฟล์เอกสารและสำรองข้อมูลดิบ ได้อย่างเงียบเชียบ ประหยัดไฟ และตอบสนองได้อย่างคุ้มค่ากับฮาร์ดแวร์ที่มี


Exit mobile version