วัน: 30 มกราคม 2020

โศกนาฏกรรมสันป่าตอง 2542: บทเรียนเลือดจาก “สารเร่งลำไย” สู่ยุทธภัณฑ์ควบคุมโศกนาฏกรรมสันป่าตอง 2542: บทเรียนเลือดจาก “สารเร่งลำไย” สู่ยุทธภัณฑ์ควบคุม

เช้าตรู่ของวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2542 เวลาประมาณ 10.00 น. อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ต้องเผชิญกับหนึ่งในอุบัติภัยสารเคมีครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย เมื่อโรงงานรับซื้อและอบแห้งลำไยของ บริษัท หงษ์ไทยเกษตรพัฒนา จำกัด เกิดระเบิดขึ้นอย่างฉับพลัน แรงอัดมหาศาลทำให้ตัวโรงงานแหลกละเอียดจนกลายเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ แรงสั่นสะเทือนกระจายไปไกลกว่า 2 กิโลเมตร ทำลายบ้านเรือนพังเสียหายกว่า 500 หลังคาเรือน คร่าชีวิตผู้คนไปถึง 45 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 102 ราย

ต้นตอของแรงระเบิดทำลายล้างครั้งนี้คือ โพแทสเซียมคลอเรต KClO3 หรือที่เรียกติดปากกันว่า “สารเร่งลำไย” ในยุคนั้นสารชนิดนี้เป็นหัวใจสำคัญของการบังคับให้ออกดอกนอกฤดูเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ทว่าเบื้องหลังกลับแฝงด้วยอันตรายร้ายแรง เนื่องจากโพแทสเซียมคลอเรตเป็นสารเติมออกซิเจนเข้มข้นสูง (Strong Oxidizing Agent) แม้ไม่ติดไฟด้วยตัวเอง แต่จะไวต่อปฏิกิริยาอย่างยิ่งเมื่อถูกกระแทก เสียดสี หรือสัมผัสกับสารอินทรีย์และสารติดไฟ

ในวันเกิดเหตุ คนงานกำลังผสมสารเคมีเข้ากับสารอื่น เช่น กำมะถันหรือปุ๋ยยูเรีย เพื่อทำสูตรเร่งดอกลำไย อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบกับการเคลื่อนย้ายสร้างแรงเสียดสีและประกายไฟ จนเปลี่ยนสารเคมีปริมาณหลายสิบตันในโกดังให้กลายสภาพเป็นวัตถุระเบิดแรงต่ำ (Low Explosives) และเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ (Chain Reaction) ปะทุขึ้นพร้อมกันจนมีอานุภาพทำลายล้างไม่ต่างจากคลังแสงทหาร


หลายคนมักจำสับสนระหว่างเหตุการณ์นี้กับกรณีระเบิดของสาร แอมโมเนียมไนเตรท NH4NO3 ที่เคยสร้างความเสียหายระดับโลก ณ ท่าเรือกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน ในปี 2563 ทว่าสารทั้งสองชนิดมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนทั้งในแง่โครงสร้างและการใช้งาน

คุณสมบัติโพแทสเซียมคลอเรต (สารเร่งลำไย)แอมโมเนียมไนเตรท (ปุ๋ย / วัตถุระเบิดเหมือง)
สูตรเคมีKClO3NH4NO3
บทบาททางการเกษตรราดหรือพ่นเพื่อบังคับให้ออกดอกนอกฤดูเป็นแม่ปุ๋ยเคมีเพื่อเสริมไนโตรเจนและเร่งใบ
กลไกการจุดระเบิดไวต่อการเสียดสี แรงกระแทก และประกายไฟสูงต้องอาศัยเชื้อปะทุเฉพาะ หรือเพลิงไหม้รุนแรงในพื้นที่ปิด
โศกนาฏกรรมสำคัญโรงงานอบลำไย อ.สันป่าตอง ปี 2542ท่าเรือกรุงเบรุต ประเทศเลบานอน ปี 2563

ความสูญเสียจากเหตุการณ์สันป่าตองได้กลายมาเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของโครงสร้างการควบคุมสารเคมีในประเทศไทย กระทรวงกลาโหมและกระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศยกระดับให้โพแทสเซียมคลอเรตเป็น “ยุทธภัณฑ์ควบคุม” ภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530 ซึ่งกำหนดให้การสั่งเข้า ครอบครอง หรือจำหน่าย ต้องได้รับใบอนุญาตตามขั้นตอนของกฎหมายเท่านั้น พร้อมทั้งวางระบบให้เกษตรกรผู้ปลูกลำไยต้องขึ้นทะเบียนรับรองผ่านเกษตรอำเภอ และจำกัดโควตาการซื้อเพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำรอย

โศกนาฏกรรมเมื่อปี 2542 จึงไม่ได้เป็นเพียงรอยแผลในความทรงจำของชาวสันป่าตอง แต่ยังเป็นอนุสรณ์เตือนใจภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมไทย ว่าความสำเร็จเชิงผลผลิตไม่สามารถแยกออกจากการบริหารจัดการความปลอดภัยของวัตถุอันตรายได้เลยแม้แต่น้อย


อ่านเพิ่มเติม