วัน: 18 กันยายน 2017

SCAMPER Technique (เทคนิคการคิดดัดแปลง และพัฒนาต่อยอดสิ่งที่มีอยู่)SCAMPER Technique (เทคนิคการคิดดัดแปลง และพัฒนาต่อยอดสิ่งที่มีอยู่)

ในโลกที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง การหยุดนิ่งหมายถึงความเสี่ยงที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง องค์กรหรือแม้แต่ตัวเราเองก็จำเป็นต้องมีเครื่องมือทางความคิดที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดมุมมองใหม่ๆ เมื่อเผชิญหน้ากับปัญหาเดิมๆ หรือผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้ว การคิดเชิงสร้างสรรค์จึงไม่ใช่แค่เรื่องของพรสวรรค์ แต่เป็นชุดทักษะที่สามารถเรียนรู้และฝึกฝนได้


เจาะลึกรายละเอียดและประเด็นสำคัญ

SCAMPER คือเทคนิคการคิดเชิงนวัตกรรมที่โด่งดัง ซึ่งเป็นตัวย่อของคำกริยา 7 คำภาษาอังกฤษ (Substitute, Combine, Adapt, Modify, Put to another use, Eliminate, Reverse) โดยมีแก่นแท้คือการกระตุ้นให้ผู้ใช้ตั้งคำถามกับสิ่งที่มีอยู่เดิมอย่างเป็นระบบ แทนที่จะมองหาทางออกใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ศูนย์ เทคนิคนี้จะช่วย “ดัดแปลง” หรือ “พัฒนาต่อยอด” สิ่งที่คุ้นเคยให้กลายเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมาย

หัวใจสำคัญของ SCAMPER คือการบังคับให้สมองออกจากกรอบความคิดแบบเดิมๆ (Conventional Thinking) โดยแต่ละตัวอักษรจะทำหน้าที่เป็น “มุมมอง” ที่แตกต่างกัน เช่น การถามว่าเราสามารถ ‘ลบ’ ส่วนประกอบใดออกไปได้บ้าง (Eliminate?) หรือเราสามารถ ‘พลิกกลับ’ กระบวนการทำงานนี้ให้ย้อนทิศทางได้หรือไม่ (Reverse?) ซึ่งกระบวนการตั้งคำถามที่หลากหลายเหล่านี้เองที่เป็นตัวจุดประกายไอเดียใหม่ๆ ที่อาจไม่เคยถูกพิจารณามาก่อน


การนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตและการทำงานยุคใหม่

  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ (Product Development): ใช้ SCAMPER เพื่อวิเคราะห์คู่แข่งหรือสินค้าของตนเอง โดยถามว่าเราจะ ‘แทนที่’ วัสดุใดได้บ้าง? เราสามารถ ‘รวม’ ฟังก์ชันจากสินค้าอื่นมาใช้กับสินค้านี้ได้อย่างไร? การทำเช่นนี้ช่วยให้เกิดการสร้างคุณค่าใหม่ (Value Proposition) ที่แตกต่างในตลาด
  • การแก้ไขปัญหาชีวิตประจำวันและการทำงานส่วนตัว: เมื่อเจอปัญหาที่ดูเหมือนไม่มีทางออก ให้ใช้ SCAMPER กับ “สถานการณ์” นั้นๆ เช่น แทนที่จะมองว่าปัญหานี้ต้องแก้ด้วยเงินเสมอไป เราสามารถ ‘ปรับเปลี่ยน’ วิธีการเข้าถึงทรัพยากรได้หรือไม่? หรือเราสามารถ ‘กำจัด’ ข้อจำกัดบางอย่างที่เราตั้งขึ้นมาเองได้หรือไม่?

ท้ายที่สุดแล้ว SCAMPER ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นกรอบความคิด (Mindset) ที่สอนให้เรากล้าที่จะสงสัยและตั้งคำถามกับทุกสิ่งรอบตัว การฝึกฝนเทคนิคนี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เราพัฒนาความยืดหยุ่นทางความคิด (Cognitive Flexibility) ทำให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้จากจุดที่ดูเหมือนเป็นข้อจำกัดหรือปัญหาในปัจจุบัน


อ่านเพิ่มเติม