วัน: 8 พฤษภาคม 2017

ขั้นตอนการขอความช่วยเหลือทางกฎหมายระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา (MLAT) ตาม พ.ร.บ. ความร่วมมือระหว่างประเทศฯ พ.ศ. 2535 มีกระบวนการอย่างไรขั้นตอนการขอความช่วยเหลือทางกฎหมายระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา (MLAT) ตาม พ.ร.บ. ความร่วมมือระหว่างประเทศฯ พ.ศ. 2535 มีกระบวนการอย่างไร

การขอความช่วยเหลือซึ่งกันและกันทางอาญา (Mutual Legal Assistance in Criminal Matters: MLAC / MLAT) ตาม พระราชบัญญัติความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ. 2535 เป็นกลไกหลักในการรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจค้น ยึดอายัดทรัพย์สิน และส่งหมายหรือเอกสารข้ามพรมแดน โดยกฎหมายกำหนดให้ “อัยการสูงสุด” ดำรงตำแหน่งเป็น “ผู้ประสานงานกลาง” (Central Authority) แต่เพียงผู้เดียว

กระบวนการแบ่งออกเป็น 2 มิติหลัก: กรณีไทยเป็นฝ่ายร้องขอไปยังต่างประเทศ (Outgoing Request) และกรณีต่างประเทศร้องขอมายังไทย (Incoming Request)


1. ขอบเขตความช่วยเหลือที่ขอได้ตามกฎหมาย

ตามมาตรา 6 ความช่วยเหลือที่สามารถร้องขอได้ครอบคลุม

  • การสืบพยานหรือสอบปากคำบุคคล
  • การจัดหาเอกสาร บันทึก ข้อมูลคอมพิวเตอร์ และพยานวัตถุ
  • การส่งเอกสาร หมายเรียก หรือคำสั่งศาล
  • การตรวจค้นและการยึดพยานหลักฐาน
  • การสืบหาทรัพย์สิน การอายัด และการริบทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำผิด
  • การส่งตัวผู้ถูกคุมขังไปเบิกความเป็นพยานชั่วคราว

ข้อยกเว้น
กฎหมายนี้ ไม่รวมถึงการส่งผู้ร้ายข้ามแดน (Extradition) ซึ่งแยกไปใช้บังคับตาม พ.ร.บ. ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551


2. กรณีไทยร้องขอไปยังต่างประเทศ (Outgoing Request)

เมื่อพนักงานสอบสวน (ตำรวจ/DSI) หรือพนักงานอัยการต้องการพยานหลักฐานในต่างประเทศ (เช่น ข้อมูลบัญชีธนาคารต่างประเทศ ข้อมูลบันทึกจราจรทางคอมพิวเตอร์จากผู้ให้บริการในต่างประเทศ)

Plain Text

Plain Text

[หน่วยงานผู้ร้องขอ (ตำรวจ / DSI / ศาล)]
                   │
                   ▼ จัดทำคำร้องขอ (Draft Request)
[สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด]
                   │
                   ▼ ตรวจสอบเงื่อนไขข้อกฎหมาย / แปลเอกสาร
[อัยการสูงสุด (ผู้ประสานงานกลาง) ลงนาม]
                   │
         ┌─────────┴─────────┐
         ▼ มีสนธิสัญญา       ▼ ไม่มีสนธิสัญญา
[ส่งตรงไปยัง Central     [ส่งผ่านกระทรวงการต่างประเทศ
 Authority ของประเทศปลายทาง]   ตามวิถีทางการทูต (Diplomatic Channel)]
                   │
                   ▼
[ทางการต่างประเทศดำเนินการส่งพยานหลักฐานกลับมา]
                   │
                   ▼
[ส่งมอบให้พนักงานสอบสวนใช้เป็นพยานหลักฐานในศาล]
  1. การร่างคำร้องขอ (Letter of Request)
    หน่วยงานต้นเรื่องร่างรายละเอียดความผิด ข้อเท็จจริงในคดี ตัวบทกฎหมายไทย และระบุพยานหลักฐานที่ต้องการอย่างเจาะจง พร้อมเหตุผลความเชื่อมโยง
  2. การกลั่นกรอง
    สำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด ตรวจสอบความถูกต้องและสอดคล้องกับสนธิสัญญาทวิภาคี/พหุภาคี (หากไม่มีสนธิสัญญา จะอาศัยหลักต่างตอบแทน – Principle of Reciprocity)
  3. การส่งคำร้อง
    • หากมีสนธิสัญญา MLAT ส่งตรงถึงผู้ประสานงานกลางของประเทศนั้นได้ทันที
    • หากไม่มีสนธิสัญญา ต้องส่งผ่านกระทรวงการต่างประเทศ (ช่องทางทูต)
  4. การรับรองหลักฐาน
    พยานหลักฐานที่ได้กลับมาตาม พ.ร.บ. นี้ กฎหมายรับรองให้สามารถนำไปใช้รับฟังเป็นพยานหลักฐานในศาลไทยได้โดยชอบตามกฎหมาย (มาตรา 41)

3. กรณีต่างประเทศร้องขอมายังไทย (Incoming Request)

เมื่อรัฐต่างประเทศต้องการพยานหลักฐานในเขตอำนาจของไทย

Plain Text

Plain Text

[ต่างประเทศส่งคำร้องขอ]
         │
         ▼
[อัยการสูงสุด (ผู้ประสานงานกลาง)]
         │
         ▼ ตรวจสอบหลักเกณฑ์ (Dual Criminality / Sovereignty / อัตราโทษ)
         ├─► หากขัดเกณฑ์ ──► ส่งเรื่องปฏิเสธ
         │
         ▼ หากถูกต้องครบถ้วน
[ส่งต่อไปยัง "เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ" ดำเนินการ]
   • ขอสอบปากคำ/ค้น/ยึด ──► สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ DSI
   • ขอไต่สวนพยานในศาล ──► พนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลไทย
         │
         ▼
[ส่งพยานหลักฐานกลับให้อัยการสูงสุด เพื่อส่งมอบให้ต่างประเทศ]

4. เกณฑ์การพิจารณาและเหตุปฏิเสธคำร้องขอ (Refusal Grounds)

ตามมาตรา 9 และ 10 อัยการสูงสุดจะปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือแก่ต่างประเทศในกรณีดังต่อไปนี้

  • หลักความผิดสองสถาน (Dual Criminality)
    การกระทำที่เป็นมูลเหตุต้องเป็นความผิดอาญาตามกฎหมายไทยด้วย หากการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดในไทย จะให้ความช่วยเหลือไม่ได้
  • กระทบต่อความมั่นคงและอธิปไตย
    การให้ความช่วยเหลือนั้นจะกระทบกระเทือนต่ออธิปไตย ความมั่นคง ความสงบเรียบร้อย หรือผลประโยชน์สำคัญของประเทศไทย
  • คดีการเมือง (Political Offense)
    ความผิดที่เป็นมูลเหตุมีลักษณะทางการเมืองล้วนๆ
  • คดีทางทหาร (Military Offense)
    ความผิดทางทหารที่ไม่ใช่ความผิดตามกฎหมายอาญาทั่วไป
  • การลงโทษซ้ำสอง (Double Jeopardy / Non bis in idem)
    บุคคลดังกล่าวเคยถูกศาลไทยหรือศาลต่างประเทศตัดสินพิพากษาถึงที่สุดและพ้นโทษในความผิดเดียวกันนั้นแล้ว

ข้อสังเกตเชิงเปรียบเทียบ: MLAT กับช่องทางตำรวจสากล (Interpol)

มิติช่องทาง MLAT (ตาม พ.ร.บ. นี้)ช่องทาง Interpol (ตำรวจสากล)
ผู้ประสานงานอัยการสูงสุด (ผู้ประสานงานกลาง)สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (กองการต่างประเทศ)
ประเภทข้อมูลพยานหลักฐานที่มีผลผูกพันทางกฎหมายสำหรับใช้ในชั้นศาลข่าวกรองทางอาญา (Intelligence), แจ้งเตือนสืบหาเบาะแส
การใช้อำนาจบังคับสามารถออกหมายเรียก ตรวจค้น ยึดทรัพย์ อายัดเงินได้ไม่มีอำนาจบังคับ ตรวจค้นหรือยึดทรัพย์ไม่ได้
ระยะเวลาดำเนินการเป็นทางการ มีขั้นตอน ใช้เวลาหลักเดือนถึงปีรวดเร็ว มุ่งเน้นการส่งต่อข้อมูลแบบเรียลไทม์