PlusMagi's Blog By Pitt Phunsanit Technology วิทยุกู้ภัย CSEL และเทคนิคสัญญาณ Low Probability of Intercept (LPI)

วิทยุกู้ภัย CSEL และเทคนิคสัญญาณ Low Probability of Intercept (LPI)

วิทยุกู้ภัยตระกูล CSEL (Combat Survivor Evader Locator) โดยมีอุปกรณ์ภาคสนามหลักคือวิทยุมือถือ AN/PRQ-7 (พัฒนาโดย Boeing) เป็นหัวใจสำคัญของภารกิจค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ (CSAR) ยุคใหม่ ออกแบบมาเพื่อปิดจุดตายของวิทยุยุคสงครามเวียดนามและสงครามอ่าว (เช่น AN/PRC-90 หรือ AN/PRC-112) ซึ่งส่งคลื่นเสียงแบบ Line-of-Sight ที่เปิดเผยตำแหน่งตัวเองและถูกตรวจจับทิศทาง (Radio Direction Finding: RDF) ได้ง่าย

Major_Brett_DeVries_receives_the_Distinguished_Flying_Cross วิทยุกู้ภัย CSEL และเทคนิคสัญญาณ Low Probability of Intercept (LPI)
วิทยุสื่อสารกู้ภัย AN/PRQ-7 หัวใจของโครงข่ายระบบ CSEL

สถาปัตยกรรมระบบ ๓ ส่วนของ CSEL (System Segments)

CSEL ไม่ได้ทำงานเป็นเพียงวิทยุรับส่งธรรมดาเดี่ยว ๆ แต่เป็นโครงข่ายการสื่อสารทางยุทธวิธีระดับโลกแบบครบวงจร (End-to-End):

  • ส่วนผู้ใช้งาน (User Segment – AN/PRQ-7)
    วิทยุพกพากันน้ำทนทานต่อแรงกระแทก มีตัวรับสัญญาณ GPS ความแม่นยำสูงแบบเข้ารหัสทางทหาร (SAASM – Selective Availability Anti-Spoofing Module) ทำหน้าที่บันทึกพิกัดและส่งชุดข้อมูลสั้นแบบ LPI
  • ส่วนอวกาศ (Space Segment)
    เชื่อมต่อช่องสัญญาณทหารผ่านดาวเทียมวงโคจรค้างฟ้า UHF Follow-On (UFO) และกลุ่มดาวเทียม Fleet Satellite ทำให้สามารถส่งข้อมูลแบบพ้นเส้นขอบฟ้า (Over-the-Horizon: OTH) ได้จากก้นหุบเขาลึกโดยไม่ต้องรอให้อากาศยานกู้ภัยบินมาอยู่เหนือศีรษะ
  • ส่วนภาคพื้นดินและศูนย์บัญชาการ (Ground Segment)
    สถานีรับสัญญาณภาคพื้นดินจะส่งต่อข้อมูลผ่านโครงข่ายสื่อสารลับทางทหาร (SIPRNet) ตรงไปยังศูนย์บัญชาการร่วมกู้ภัย (JSRC – Joint Search and Rescue Center) และถ่ายทอดพิกัดแบบเรียลไทม์เข้าสู่ห้องนักบินของเครื่องบินคุ้มกัน A-10 หรือเฮลิคอปเตอร์ HH-60W ทันที ด้วยมาตรฐานการเข้ารหัสความปลอดภัยระดับ Type 1 Encryption (NSA-certified)

https://www.youtube.com/watch?v=F_fW7B3Xf3g


เทคนิคการส่งสัญญาณ Low Probability of Intercept / Detection (LPI/LPD)

เมื่อนักบินตกอยู่หลังแนวรบของข้าศึก การปล่อยคลื่นวิทยุเปรียบเสมือนการจุดคบเพลิงในความมืด อุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ (SIGINT / ESM) ของข้าศึกสามารถใช้สายอากาศหาแบริ่ง (Bearing) และระบุพิกัดได้ภายในไม่กี่วินาที CSEL จึงนำเทคนิค LPI และ LPD มาใช้เพื่อพรางสัญญาณวิทยุให้กลมกลืนไปกับธรรมชาติ:

  • การส่งข้อมูลแบบห้วงสั้นยิ่งยวด (Burst Transmission)
    แทนที่จะให้นักบินกดคีย์พูดด้วยเสียง (Voice) ซึ่งต้องส่งสัญญาณต่อเนื่องนานหลายวินาทีหรือหลายนาที CSEL จะใช้ระบบส่งข้อความดิจิทัลและพิกัดแบบปลอดภัย (Secure Short Data Messaging) โดยวิทยุจะรวบรวมพิกัด GPS, รหัสระบุตัวตน, ระดับพลังงานแบตเตอรี่, สถานะทางกายภาพ และข้อความสั้นที่เลือกไว้ล่วงหน้า แล้วบีบอัดส่งขึ้นสู่ดาวเทียมเป็นคลื่นความยาวเพียงเศษเสี้ยววินาที (ระดับมิลลิวินาที) ซึ่งเครื่องรับตรวจจับของข้าศึกจะมองเห็นเป็นเพียงสัญญาณรบกวนชั่วคราว (Impulse Noise) ในอากาศ ไม่เพียงพอต่อการหมุนเสาอากาศหาทิศทาง
  • การกระจายสเปกตรัมแถบกว้าง (Direct Sequence Spread Spectrum – DSSS)
    สัญญาณข้อมูลดิบจะถูกนำไปคูณด้วยลำดับรหัสสุ่มเทียมความเร็วสูง (Pseudo-Noise Code / Chipping Sequence) ทำให้พลังงานคลื่นถูกเกลี่ยกระจายตัวออกไปบนแถบความถี่กว้างมาก ค่าความหนาแน่นสเปกตรัมกำลัง (Power Spectral Density: PSD) จะลดต่ำลงจนจมอยู่ใต้ระดับสัญญาณรบกวนพื้นหลัง (Noise Floor) หากฝ่ายตรงข้ามใช้เครื่องวิเคราะห์สเปกตรัม (Spectrum Analyzer) ทั่วไปตรวจจับ จะมองไม่เห็นยอดคลื่นสัญญาณ แต่จะเห็นเป็นเพียงเสียงซ่า (White Noise) ปกติ มีเพียงเครื่องรับของดาวเทียมฝ่ายเราที่มีรหัสสุ่มเทียมเดียวกันเท่านั้นที่จะถอดรหัส (Despreading) กลับมาเป็นชุดข้อมูลตัวเลขที่ชัดเจนได้
  • การปรับกำลังส่งแบบปรับตัว (Adaptive / Low-Power Transmission)
    ตัววิทยุจะคำนวณและใช้ระดับกำลังส่งต่ำที่สุดเท่าที่จำเป็นในการเชื่อมต่อกับดาวเทียม หลีกเลี่ยงการยิงกำลังส่งเต็มพิกัด เพื่อลดรัศมีการแผ่กระจายของคลื่นวิทยุบนพื้นดินโดยรอบ

โหมดการทำงานทางยุทธวิธีของวิทยุ AN/PRQ-7

วิทยุ AN/PRQ-7 ได้รับการออกแบบให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานตามระดับภัยคุกคามในแต่ละช่วงเวลาของภารกิจ:

โหมดการทำงาน ช่องทางการสื่อสาร ระดับความปลอดภัย วัตถุประสงค์และการใช้งาน
Secure SATCOM (Over-The-Horizon) คลื่นความถี่ UHF ผ่านดาวเทียมทหาร สูงสุด (Type 1 Encrypted + LPI/LPD) ส่งพิกัดและส่งข้อความตัวอักษร ๒ ทางกับศูนย์กู้ภัยข้ามทวีป โดยข้าศึกรอบตัวไม่สามารถตรวจจับทิศทางได้
Line-of-Sight (LOS) Voice คลื่นวิทยุ UHF ระดับสายตา ความปลอดภัยปานกลาง (ผ่านการเข้ารหัส) ใช้งานเฉพาะช่วงท้ายของภารกิจ (Terminal Phase) เมื่อเฮลิคอปเตอร์กู้ภัยบินเข้ามาในระยะ ๑–๒ ไมล์ เพื่อยืนยันจุดซ่อนตัวขั้นสุดท้าย
Beacon / Transponder คลื่นสากล ๑๒๑.๕ / ๒๔๓.๐ MHz และ COSPAS-SARSAT (๔๐๖ MHz) ไม่เข้ารหัส (Unencrypted) ใช้งานในพื้นที่ที่ไม่ใช่เขตข้าศึก (Non-combat) หรือกรณีการกู้ภัยทางทะเลร่วมกับหน่วยงานพลเรือน

กระบวนการสื่อสารสองทาง: ปัจจัยเปลี่ยนเกมแห่งความอยู่รอด

จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของ CSEL เมื่อเทียบกับระบบบีคอนกู้ภัยในอดีต คือการสื่อสารแบบสองทาง (Two-Way Communication) ที่ช่วยสร้างขวัญกำลังใจและลดความเสี่ยง:

การตอบกลับเพื่อคลายความวิตกกังวล
ในระบบเดิม นักบินเปิดสัญญาณขอความช่วยเหลือแล้วได้แต่นั่งรอโดยไม่ทราบว่าสัญญาณส่งถึงใครหรือไม่ หรือมีใครกำลังเดินทางมาช่วย แต่ในระบบ CSEL เมื่อข้อความถูกส่งผ่านดาวเทียม ศูนย์ JSRC สามารถส่งข้อความกลับมายังหน้าจอ LCD ของวิทยุ เช่น “Message Received – Acknowledged” (รับทราบพิกัดแล้ว) หรือ “Package en route, ETA 28 minutes” (ทีมกู้ภัยกำลังเดินทางไป จะถึงในอีก ๒๘ นาที)

การควบคุมวินัยการสื่อสาร
ศูนย์บัญชาการสามารถส่งคำสั่ง “Hold current position and remain silent” (ให้อยู่ในที่ซ่อนและงดส่งสัญญาณ) ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้นักบินตื่นตระหนกจนรีบเปิดเผยตัวตน หรือกดส่งสัญญาณซ้ำ ๆ ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกข้าศึกตรวจจับทิศทางได้เป็นอย่างดี


Exit mobile version