ในอดีตกาลที่ไกลโพ้น วัสดุที่เราคุ้มเคยเห็นอยู่รอบตัวจนชินชาอย่าง ‘แก้ว’ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ของใช้ทั่วไป แต่กลับถูกจัดอยู่ในกลุ่มวัตถุล้ำค่าราวกับเพชรพลอย การผลิตภาชนะใสสะอาดหรือหน้าต่างบานใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่ายดาย ต้องอาศัยความรู้ทางเคมีและเทคนิคการหลอมโลหะขั้นสูง ซึ่งทำให้ราคาสูงลิ่ว จนใคร ๆ ก็ต้องเหลียวมองด้วยสายตาแห่งความตื่นตะลึง
ยุคทองของการขาดแคลน: จากตำนานสู่ขวดโถ
สำหรับอารยธรรมโบราณ เช่น อียิปต์ หรือเมโสโปเตミア กระบวนการทำกระจกนั้นผูกพันกับการเข้าถึงแหล่งซิลิกาบริสุทธิ์และการควบคุมเปลวไฟให้คงที่ ความผิดพลาดเล็กน้อยในการผสมองค์ประกอบจะส่งผลให้อุณหภูมิไม่เหมาะสม ทำให้เนื้อวัสดุเกิดฟองอากาศ เนื้อทึมแสง และแตกเปราะโดยสิ้นเชิง ด้วยข้อจำกัดเหล่านี้ แก้วจึงไม่ได้ปรากฏในชีวิตประจำวันของผู้คนจำนวนมาก แต่มักสงวนไว้สำหรับการบูชาพิธีกรรมชั้นสูงเท่านั้น.
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญจากงานฝีมือสู่อุตสาหกรรม
- ก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม: การผลิตแก้วเป็นกระบวนการแบบ Batch Process ที่ขึ้นอยู่กับช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง (Artisan Knowledge) โดยมีต้นทุนแรงงานและวัตถุดิบหลักคือโซดาแอช
- พลังของเคมีสมัยใหม่: เมื่อวิทยาศาสตร์เริ่มแยกส่วนความรู้เรื่อง