ป้ายกำกับ: Flexbox

Firefox Developer EditionFirefox Developer Edition

มีคนถามว่าในเมื่อ คนส่วนใหญ่ใช้ chrome แต่ทำไม่ใช้ Firefox Developer Edition ในการทำเว็บเป็นหลัก ทำไม่ไม่ทำใน chrome สำหรับคนทั่วไป เบราว์เซอร์มีไว้เพื่อท่องเว็บ ดูหนัง หรือช้อปปิ้งออนไลน์ แต่สำหรับ Web Developer และ Designer เบราว์เซอร์คือ “ห้องทำงาน” ที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่กับมันวันละหลายชั่วโมง และถ้าคุณกำลังมองหาเครื่องมือที่เกิดมาเพื่อตอบโจทย์การเขียนโค้ด จัด Layout และดีบั๊กเว็บโดยเฉพาะ Firefox Developer Edition คือคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม


Firefox Developer Edition คืออะไร?

มันคือเบราว์เซอร์เวอร์ชันพิเศษจาก Mozilla ที่แยกออกมาจาก Firefox รุ่นปกติ โดยได้รับการปรับแต่งและอัดแน่นไปด้วย DevTools (Developer Tools) ระดับแนวหน้า รวมถึงฟีเจอร์ทดลองใหม่ ๆ (Experimental Features) ที่ปกติจะยังไม่ปล่อยให้อัปเดตในเวอร์ชันทั่วไป เพื่อให้นักพัฒนาได้ทดลองใช้และเตรียมความพร้อมก่อนใคร


5 ฟีเจอร์เด่นที่เป็น “ไม้ตาย” ของ Firefox Developer Edition

CSS Grid และ Flexbox Inspector ที่ดีที่สุด

ถ้าคุณเคยปวดหัวกับการจัด Layout ด้วย CSS บอกเลยว่า Firefox จะช่วยชีวิตคุณได้มาก ระบบ Inspector ของที่นี่ละเอียดและเห็นภาพชัดเจนที่สุด

  • Grid Overlay: แสดงเส้น Grid, หมายเลข Line, และชื่อ Area ชัดเจนบนหน้าจอ
  • Flexbox Badge: คลิกปุ่มเดียวจะเห็นทันทีว่า Element ไหนกำลังยืดหรือหด และบอกเหตุผลว่าทำไมมันถึงไม่ยอมจัดกึ่งกลางให้เรา

มิติใหม่ของการทำ Responsive (Responsive Design Mode)

การทดสอบเว็บในหน้าจอขนาดต่างๆ จะง่ายขึ้นมาก นอกจากจะย่อขยายหน้าจอได้ตามใจชอบแล้ว คุณยังสามารถ

  • จำลองความเร็วอินเทอร์เน็ต (Network Throttling) เพื่อดูว่าถ้าเน็ตช้า เว็บจะโหลดอย่างไร
  • จำลองหน้าจอสัมผัส (Touch Simulation)
  • ถ่ายภาพหน้าจอ (Screenshot) ของอุปกรณ์นั้น ๆ ได้ในคลิกเดียว

Fonts Editor ปรับแต่งฟอนต์แบบ Real-time

หมดปัญหาการเดาขนาดและน้ำหนักฟอนต์ ใน DevTools จะมีแท็บ Fonts โดยเฉพาะ ที่ช่วยให้คุณมองเห็นฟอนต์ทั้งหมดที่ใช้ในหน้านั้น และสามารถลากสไลเดอร์ปรับ font-size, line-height, หรือ letter-spacing เพื่อดูผลลัพธ์บนหน้าจอได้ทันที ก่อนจะนำค่าไปเขียนในโค้ดจริง

Inspector สำหรับอนิเมชัน (Animation Inspector)

เมื่อเว็บของคุณมี CSS Animation หรือตระกูล Web Animations API คุณสามารถกดหยุด (Pause) สั่งเล่นซ้ำ หรือปรับความเร็วให้ช้าลงเพื่อตรวจเช็กความพริ้วไหวของอนิเมชันได้อย่างละเอียด รวมถึงการปรับแต่งเส้นโค้ง Timings (Bezier curves) ได้แบบ visual

ทำงานแยกจาก Firefox รุ่นปกติโดยสิ้นเชิง (Separate Profile)

คุณสามารถเปิด Firefox ตัวปกติเพื่อดู YouTube หรือเช็กเมลส่วนตัวควบคู่ไปกับ Firefox Developer Edition ได้ โดยที่ ประวัติการเข้าชม, คุกกี้, และ Extension จะไม่ปนกัน ทำให้คุณมีสภาพแวดล้อมการทำงานที่สะอาดและโฟกัสกับงานได้เต็มที่


ความแตกต่างระหว่างเวอร์ชันปกติ VS เวอร์ชัน Developer

ฟีเจอร์Firefox รุ่นปกติFirefox Developer Edition
ธีมเริ่มต้น (Theme)ธีมสว่าง/มืด ทั่วไปธีม Dark Sleek สำหรับนักพัฒนา (ดูสบายตาตอนโค้ดดึกๆ)
ความเสถียรสูงมาก (เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไป)เสถียร แต่อาจมีฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่กำลังทดลองอยู่
ฟีเจอร์ DevToolsมาตรฐานเปิดใช้งานฟีเจอร์ขั้นสูงและเครื่องมือทดลองไว้ล่วงหน้า
การอัปเดตตามรอบปกติอัปเดตบ่อยกว่า เพื่อนำฟีเจอร์ใหม่มาให้ลองก่อน

การติดตั้ง

โหลดได้จาก Firefox Developer Edition หรือถ้าเป็น macOS สามารถใช้
brew install --cask firefox@developer-edition
ติดตั้งได้เลย


สรุป

คำแนะนำ: หากคุณเป็น Web Developer หรือ UI/UX Designer ที่ต้องคลุกคลีกับ CSS และต้องการเบราว์เซอร์ที่กินทรัพยากรเครื่องอย่างสมเหตุสมผล (ไม่กิน RAM ดุเดือดเหมือนตระกูล Chromium ในบางสถานการณ์) Firefox Developer Edition คือเครื่องมือที่คุณต้องลองดาวน์โหลดมาใช้สักครั้ง มันไม่ได้มาเพื่อแทนที่ Chrome หรือเบราว์เซอร์หลักของคุณในทันที แต่เครื่องมือ CSS และฟังก์ชันการดีบั๊กของมัน จะช่วยประหยัดเวลาในการทำงานของคุณไปได้มหาศาลอย่างแน่นอน


อ่านเพิ่มเติม