คลาวด์แฟลร์ เป็น CDN (Content Delivery Network) คือเครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ที่กระจายอยู่ทั่วโลก เพื่อเก็บสำเนาข้อมูลเว็บ (รูปภาพ, วิดีโอ, ไฟล์) และส่งมอบไปยังผู้ใช้จากเซิร์ฟเวอร์ที่ใกล้ที่สุด ทำให้โหลดเร็วขึ้น, ลดภาระเซิร์ฟเวอร์ต้นทาง, ประหยัดแบนด์วิธ และเพิ่มความปลอดภัยในการป้องกันการโจมตี DDoS (Distributed Denial of Service) คือการโจมตีทางไซเบอร์ที่ส่งทราฟฟิกจำนวนมหาศาลจากหลายอุปกรณ์พร้อมกันไปยังเซิร์ฟเวอร์เป้าหมาย ทำให้ระบบล้นเกินจนใช้งานไม่ได้หรือช้าลงอย่างมาก โดยใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ถูกแฮก (Botnet) เพื่อสร้างการจราจรปลอมจำนวนมาก ทำให้ผู้ใช้จริงเข้าถึงเว็บไซต์หรือบริการไม่ได้ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจและผู้ใช้ พูดง่าย ๆ คือ มันทำหน้าที่จำเว็บของเราแล้ว ส่งข้อมูลให้ user ฟรี ทำให้ server เราทำงานน้อยลงและปลอดภัยขึ้นฟรี ๆ
การสมัคร ถ้ายังไม่เคยมี account Cloudflare สมัครได้โดยไปที่ Cloudflare โดยการกดที่ Get started แล้วทำตามขั้นตอนไปเรื่อย ๆ ไม่ยาก ไม่ต้องใช้บัตรเครดิตด้วยซ้ำ
การติดตั้ง WordPress Plugin
เป็นอีกวิธีที่มีข้อดีตรงที่ว่าถ้าเราแก้หรือเพิ่มเนื้อหาใน WordPress มันจะส่งตัวต้นฉบับไปให้ Cloudflare ส่งต่อไปให้เซิร์ฟเวอร์ตัวอื่น ๆ แทบจะทันทีเลย
ขอ token
- ถ้ายังไม่มีบัญชีให้คลิก Create Your Free Account แล้วสมัครให้เสร็จ
- ไปที่ dash.cloudflare.com
- เปิดหน้า Account API tokens
- คลิก Create Token
- เลื่อนลงมา API token templates
- เลือก WordPress
- คลิก Use template
- ใส่ตัวเลือก อย่าง Token name:
- คลิก Continue to summary
- ดูว่าถูกต้องมั๋ย
- คลิก Create Token
- จะเห็น Account API token
- copy เก็บเอาไว้
การ login ใน plugin
- login เข้า wp-admin
- ไปที่ plugins
- คลิก Add Plugin
- ค้นหาปลั๊กอิน
- ใส่ Cloudflare
- ติดตั้งให้เสร็จ
- active Cloudflare
- คลิก Settings ของ plugin Cloudflare
- ถ้ามีบัญชีแล้วให้คลิก Have an account already? Sign in here.
- ใส่ email ที่สมัครไว้
- Global API Key Or API Token ใส่ API tokens ลงไป
- คลิก Save API Credentials
- จะเข้าหน้า settings ของจริง ได้แล้ว
การปรับแต่ง
ปรับแต่งตามที่ต้องการ เช่น
- HOME
- Apply Recommended Cloudflare Settings for WordPress จะเป็นการปรับให้เหมาะกับ WordPress อัตโนมัติแค่คลิก Apply
- Automatic Platform Optimization อันนี้คือปรับ server ให้ดีขึ้น แต่ต้องจ่ายเงิน ไม่ต้องทำมันก็ได้ เวอร์ชั่นฟรีดีพอสำหรับเว็บทั่วไปอยู่แล้ว
- Purge Cache มันทีหน้าที่ถ้าเราทำเว็บใหม่ แล้วอยากให้ Cloudflare เข้ามาดูเนื้อหาใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น
- Settings
- Always Online™ เป็นของดีที่ควรเปิดไว้ เพราะว่าถ้าเซิร์ฟเวอร์เราล่ม Cloudflare จะเอาสำเนาเว็บเราให้คนที่เข้ามาดูโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า จริง ๆ แล้วมันเป็นสำเนาสมัยที่เว็บยังปกติดีอยู่
- Auto Purge Content On Update ให้สำเนาเนื้อหาอัตโนมัติ
- Development Mode ให้ user เห็นข้อมูลจริง ๆ ไม่ใช่สำเนา ให้เวลาเทสแก้เว็บอยู่ จะได้เห็น update ล่าสุดจริง ๆ
- Security Level เลือกเป็น High ได้เลยถ้าแน่ใจว่า setting ทุกอย่างดีแล้ว
- Automatic HTTPS Rewrites คือบังคับว่าถ้า user เข้าเว็บมาแบบ http (ไม่เข้ารหัส) จะเปลี่ยนเป็นเข้ารหัส (https) ให้เอง
- Analytics
- จริง ๆ แล้วมันเป็นหน้าที่จะพาไปดู View Analytics ในเว็บ Cloudflare เองอย่างว่า มีคนมาดูเว็บเราจากที่ไหนบ้าง หน้ายอดนิยมคือหน้าไหน
เท่านี้เว็บจะเร็วขึ้นแล้วและลดค่าใช้จ่ายจากการที่ต้องเช่าเซิร์ฟเวอร์หลาย ๆ ที่เพื่อให้เว็บเร็วทั่วโลกหรือซื้อโปรที่ใหญ่ขึ้นให้ทันกับการบริการเนื้อหาจากผู้ใช้ที่มากขึ้น