นี่คือบทความเกี่ยวกับ Callidus ในมุมมองของ Rule Engine ในความทรงจำของข้าพเจ้า ครั้งหนึ่งเคยได้ทำโครงการให้บริษัทใหญ่ โดย headhunter บอกแค่ว่าเป็นการออกแบบโปรแกรมคิดค่า commission เท่านั้นเอง ไอ้เราก็เชื่อว่ามัน + – % ประมาณนี้ละ ไงก็ทันตามเวลาที่มันสั้น ๆ แน่ ๆ จนมาเจอว่าคือ Callidus ที่เขียน Rule Engine ไว้ซับซ้อนมาจาก บ. sub ที่อินเดียมา 1 ปี ไม่สำเร็จจน บ. ลูกค้าดึงกลับมาทำเอง และทางทีมเพิ่ม กฏ ไปเรื่อย ๆ ทุกอาทิตย์ ไม่เหมือน RPA, low code ที่เคยทำมาเลย
ทำไม่ถึงทำ Callidus ใหม่
ค่า License ของ Oracle คือ “ของแพง”
ในยุคที่คุณ Migrate Oracle Database คิดค่า License โหดมากครับ
- Per Processor Core: ยิ่ง Server แรง ค่า License ยิ่งทวีคูณ
- Annual Maintenance Fee: ค่า Support รายปี (Technical Support) ปกติจะอยู่ที่ประมาณ 22% ของราคา License เต็ม ที่ต้องใช้ Database ตัวท็อป เพื่อรองรับ Data ปริมาณมหาศาล ค่าใช้จ่ายนี้จะสูงถึงหลักหลายสิบล้านบาทต่อปีครับ
- ระบบอื่น ๆ ยังต้องอยู่ใน oracle 10 G แต่ท่านแสบ sap พยามจะให้ใช้ hana ของตัวเองแทน
ข้อจำกัดของ Callidus สมัยนั้น
สมัยที่มันรันบน Oracle 10g ตัว Software Callidus เองก็มีค่าพ่วง สูง
- คุณต้องจ่ายทั้ง ค่า Software Callidus
- และต้องจ่าย ค่า Oracle Database หรือ
- เมื่อรวมกันแล้ว Cost ต่อปีจึงสูงมากจนองค์กรอาจมองว่า “ไม่คุ้ม”
การที่ออกแบบโปรแกรมเอง
การที่ย้าย Callidus ออกมาเป็นโปรแกรมที่ออกแบบเอง คือทางออกเชิงกลยุทธ์ที่ฉลาดมากในตอนนั้น เพราะ
- Independence: หลุดพ้นจาก Vendor Lock-in ทั้งของ Callidus และ Oracle
- Customization: สามารถปรับแต่ง Logic การคำนวณคอมมิชชันให้ตรงกับโครงสร้างโปรโมชันของบริษัทและคู่สัญญาที่มีมาก แม้แต่พนักงานของศูนย์เองถ้าอยู่คนละทีมในสาขาเดียวกัน ก็ได้ไม่เท่ากัน ที่ซับซ้อนและเปลี่ยนบ่อยได้ดีกว่า
- Cost Saving: ลดค่าใช้จ่ายรายปี OPEX มหาศาล เปลี่ยนมาเป็นค่าบำรุงรักษาทีมพัฒนาภายในแทน
อ่านเพิ่มเติม