ศูนย์ข้อมูล (Data Center) ถือเป็นกระดูกสันหลังสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี AI ในปัจจุบัน อย่างไรก็ดี ประเทศไทยยังไม่มี “พ.ร.บ. ควบคุม Data Center โดยเฉพาะ” แต่เป็นการกำกับดูแลผ่านกฎหมายหลายฉบับที่ครอบคลุมตั้งแต่ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและสิ่งแวดล้อม
ด้านข้อมูลและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์
- พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
ผู้ให้บริการ Data Center มักมีสถานะเป็น “ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” (Data Processor) ที่จัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลแทนลูกค้า จึงต้องมีสัญญาการประมวลผลข้อมูล (Data Processing Agreement) และวางมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยขั้นต่ำเพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล - พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity Act)
หาก Data Center ให้บริการแก่หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศ (CII) เช่น ภาคการเงิน โทรคมนาคม หรือพลังงาน จะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการรับมือและรายงานภัยคุกคามไซเบอร์ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) กำหนด - พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
กำหนดให้ผู้ให้บริการระบบหรือเครือข่ายต้องเก็บรักษาข้อมูลการจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Log files) ไว้ไม่น้อยกว่า 90 วัน (หรือขยายได้ถึง 2 ปีตามคำสั่งเจ้าพนักงาน) เพื่อใช้เป็นหลักฐานทางคดี
ด้านกายภาพ ผังเมือง และสิ่งแวดล้อม
- พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร และกฎหมายผังเมือง
ในอดีตโครงการ Data Center มักขออนุญาตในหมวด “อาคารพาณิชย์” หรือ “คลังสินค้า” เนื่องจากไม่มีนิยามเฉพาะในกฎหมายควบคุมอาคาร ส่งผลให้เกิดข้อกังวลเรื่องการตั้งอาคารที่ใช้ทรัพยากรสูงในเขตชุมชนหนาแน่น - การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)
Data Center ขนาดใหญ่จำเป็นต้องมีระบบไฟฟ้าสำรอง ซึ่งมักใช้น้ำมันดีเซลปริมาณมหาศาลสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า หากเข้าข่ายการกักเก็บเชื้อเพลิงหรือมีขนาดพื้นที่อาคารตามเกณฑ์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะต้องจัดทำรายงาน EIA ก่อนการก่อสร้าง - การใช้น้ำและพลังงาน
ระบบหล่อเย็น (Cooling Systems) และการใช้กระแสไฟฟ้าในระดับเทียบเท่าโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ทำให้ต้องประสานงานข้อกำหนดด้านวิศวกรรมกับหน่วยงานด้านสาธารณูปโภคอย่างเข้มงวด
ประเด็นท้าทายและทิศทางการปฏิรูปกฎหมาย
- การอุดช่องโหว่ด้านนิยามและโซนนิ่ง
ปัจจุบันหน่วยงานท้องถิ่น เช่น กรุงเทพมหานคร และกรมโยธาธิการและผังเมือง กำลังเร่งผลักดันการกำหนดนิยามเฉพาะสำหรับ Data Center ในกฎหมายควบคุมอาคาร และจัดโซนนิ่งในผังเมืองรวมเพื่อแยกโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้พลังงานสูงออกจากย่านที่อยู่อาศัย - อธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty)
ความตื่นตัวด้านการจัดเก็บข้อมูลภายในประเทศ (Data Localization) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกเข้าถึงโดยกฎหมายต่างชาติ (เช่น US CLOUD Act) ส่งผลให้ภาครัฐเริ่มพิจารณาเกณฑ์กำกับดูแลความมั่นคงของคลาวด์และศูนย์ข้อมูลในประเทศเข้มงวดขึ้น - เกณฑ์ความยั่งยืน (Green Data Center)
มาตรการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เริ่มผูกสิทธิประโยชน์เข้ากับมาตรฐานประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Power Usage Effectiveness: PUE) และการใช้พลังงานหมุนเวียน
ความท้าทายหลักของการออกกฎระเบียบควบคุม Data Center จึงอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนด้านเทคโนโลยี กับการปกป้องสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร และคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบข้าง