เมื่อพูดถึงสภาพภูมิศาสตร์ของประเทศไทยในอดีต โดยเฉพาะบริเวณที่ราบลุ่มภาคกลางหรือพื้นที่ใกล้แม่น้ำ การเอ่อล้นของน้ำหลากในฤดูน้ำนองถือเป็นวัฏจักรตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี บรรพบุรุษไทยไม่ได้มองว่าน้ำท่วมคือ “ภัยพิบัติ” ที่ต้องหลบหนี แต่ปรับวิถีชีวิตและออกแบบที่อยู่อาศัยให้ “อยู่ร่วมกับน้ำ” ผ่านสถาปัตยกรรมไทยอันทรงคุณค่า นั่นคือ “เรือนไทยใต้ถุนสูง”
การศึกษาแนวคิดของบ้านเรือนไทยจึงสะท้อนให้เห็นถึงความชาญฉลาดในการบริหารจัดการพื้นที่และความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิตยามเผชิญหน้ากับมวลน้ำ
ใต้ถุนสูง: พื้นที่ยืดหยุ่นที่เข้าใจฤดูกาล
หัวใจสำคัญที่สุดของเรือนไทยในการรับมือน้ำท่วมคือ “การยกพื้นสูงมีใต้ถุน” (โดยทั่วไปสูงราว 1 ถึง 2 เมตร หรือปรับระดับตามความสูงต่ำของพื้นที่)
- ยามปกติ (หน้าแล้งและหน้าฝนทั่วไป)
ใต้ถุนทำหน้าที่เป็นพื้นที่อเนกประสงค์สารพัดประโยชน์ ทั้งเป็นที่นั่งพักผ่อนรับลมเย็น (เนื่องจากลมสามารถพัดลอดใต้ตัวบ้านขึ้นมาได้) เป็นที่เก็บเครื่องมือเกษตร ผูกเปลนอน หรือแม้แต่เป็นคอกสัตว์เลี้ยงในยามค่ำคืน - ยามน้ำหลาก (หน้าน้ำท่วม)
เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองเอ่อล้นทะลักเข้าทุ่ง พื้นที่ใต้ถุนโล่งเหล่านี้จะปล่อยให้น้ำไหลผ่านไปได้โดยสะดวกโดยที่ตัวเรือนอยู่อาศัยหลักด้านบนยังคงปลอดภัย ไม่เกิดความเสียหาย คนในบ้านยังคงดำเนินชีวิตต่อได้ตามปกติบนเรือนชั้นบน
วัสดุและโครงสร้างที่ยืดหยุ่น ซ่อมแซมง่าย
นอกจากดีไซน์ใต้ถุนสูงแล้ว โครงสร้างของเรือนไทยดั้งเดิม (โดยเฉพาะเรือนไม้) ยังมีความยืดหยุ่นสูงในแง่ของวิศวกรรมพื้นบ้าน
- ระบบสลักและเดือย
การประกอบโครงสร้างไม้ด้วยวิธีเข้าเดือยและตอกสลัก แทนการใช้ตะปูตายตัว ช่วยให้ตัวบ้านมีความยืดหยุ่น สามารถทนต่อแรงกระแทกหรือแรงดันของกระแสน้ำได้ดีกว่าสิ่งก่อสร้างแข็งทื่อ - การถอดประกอบและย้ายถิ่นฐาน
หากพื้นที่ใดประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากหรือรุนแรงเกินกว่าจะตั้งรับ บ้านไม้ไทยในอดีตบางรูปแบบสามารถรื้อถอนและย้ายไปปลูกสร้างใหม่ในที่ที่สูงกว่าเดิมได้ ซึ่งสะท้อนถึงการปรับตัวขั้นสูงสุดของมนุษย์ต่อสภาพแวดล้อม
วิถีชีวิตที่พึ่งพาสายน้ำ: “มีบ้านยกสูง ต้องมีเรือประจำเรือน”
การอยู่ร่วมกับน้ำของคนไทยในอดีตไม่ได้อาศัยแค่ตัวบ้าน แต่รวมถึงพาหนะคู่กายอย่าง “เรือ” บ้านทุกหลังที่ยกใต้ถุนสูงมักจะมีเรือพายผูกไว้กับเสาเรือนเสมอ เมื่อถึงฤดูน้ำหลากที่น้ำท่วมสูงจนมิดใต้ถุน การเดินทางสัญจร การไปมาหาสู่กัน หรือแม้แต่การออกไปทำธุระนอกบ้าน จะถูกเปลี่ยนเป็นการพายเรือแทนการเดินเท้า ทำให้วิถีชีวิตไม่สะดุดลง
บทเรียนจากอดีตสู่การประยุกต์ใช้ในปัจจุบัน
ในยุคปัจจุบัน วิถีชีวิตเปลี่ยนผ่านไปสู่การสร้างบ้านแบบก่ออิฐถือปูนติดพื้นดิน (สไตล์ตะวันตกหรือโมเดิร์น) ซึ่งเมื่อเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน มักสร้างความเสียหายและยากต่อการรับมือ เนื่องจากน้ำทะลักเข้าตัวบ้านโดยตรงและไม่มีทางระบายออก
แม้ว่าในปัจจุบันเราจะมีระบบป้องกันน้ำท่วมและระบบชลประทานที่ดีขึ้น แต่การเรียนรู้ภูมิปัญญาจาก “บ้านเรือนไทยกับน้ำท่วม” ก็ยังคงให้ข้อคิดสำคัญแก่สถาปนิกและคนรุ่นใหม่ในการออกแบบบ้านยุคใหม่ เช่น การเผื่อพื้นที่ใต้ถุนโล่งบางส่วน การยกระดับตัวบ้านให้พ้นจากจุดเสี่ยงน้ำท่วม หรือการเลือกใช้วัสดุที่ทนทานต่อความชื้น เพื่อให้ที่อยู่อาศัยสามารถ “ปรับตัว” และกลมกลืนไปกับความแปรปรวนของธรรมชาติได้อย่างยั่งยืนครับ
อ่านเพิ่มเติม