วัสดุก่อสร้างผนังยอดนิยมในงานสถาปัตยกรรมยุคใหม่ ผลิตจากทราย ปูนซีเมนต์ ปูนขาว ยิปซัม น้ำ และผงอะลูมิเนียม ซึ่งทำปฏิกิริยาจนเกิดฟองอากาศขนาดเล็กกระจายตัวสม่ำเสมอทั่วทั้งก้อน ก่อนนำไปอบไอน้ำความดันสูง (Autoclave) เพื่อให้ได้บล็อกคอนกรีตที่มีน้ำหนักเบาแต่คงรูปแข็งแรง
คุณสมบัติเด่นของอิฐมวลเบา
- น้ำหนักเบาเป็นพิเศษ
เบากว่าอิฐมอญ 2-3 เท่า ช่วยลดภาระการรับน้ำหนักของโครงสร้าง เสา คาน และฐานราก ทำให้ประหยัดโครงสร้างโดยรวม - ฉนวนกันความร้อนและเสียง
โพรงฟองอากาศปิดจำนวนมากทำหน้าที่ต้านทานความร้อนจากแสงแดด ช่วยให้ภายในอาคารเย็นลงและประหยัดค่าเครื่องปรับอากาศ ทั้งยังดูดซับเสียงรบกวนได้ดี - ก่อสร้างรวดเร็ว งานเรียบร้อย
ก้อนอิฐมีขนาดใหญ่และได้ฉากแม่นยำ (มิติมาตรฐาน 20 x 60 ซม.) ทำให้ช่างก่อผนังได้พื้นที่เร็วกว่าอิฐมอญ และใช้ความหนาของปูนฉาบน้อยกว่า - ทนไฟสูง
ทนต่อการลุกไหม้ได้นานถึง 4 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับความหนา) ไม่ปล่อยควันพิษเมื่อโดนเปลวไฟ
ข้อจำกัดและข้อควรระวังในการติดตั้ง
- ต้องใช้อุปกรณ์และปูนเฉพาะทาง
ต้องใช้ปูนก่อและปูนฉาบสำหรับอิฐมวลเบาโดยเฉพาะ รวมถึงเกรียงหวี เพื่อให้เกิดการยึดเกาะที่สมบูรณ์ ป้องกันผนังแตกร้าว - การดูดซึมน้ำ
เนื้ออิฐมีรูพรุนสูง หากนำไปใช้ในพื้นที่เปียกชื้นอย่างห้องน้ำ ต้องทำระบบกันซึม (Waterproofing) อย่างเคร่งครัด - การเจาะยึดของหนัก
การแขวนเฟอร์นิเจอร์ ตู้ลอย หรือสุขภัณฑ์ ต้องใช้ “พุกสำหรับอิฐมวลเบา” เท่านั้น ไม่สามารถใช้พุกพลาสติกทั่วไปได้ เพราะเนื้ออิฐอาจหลุดร่อนตามแรงดึง
อิฐมวลเบาจึงเหมาะสำหรับงานผนังอาคารพักอาศัย ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม และอาคารสูงที่ต้องการความรวดเร็วในการก่อสร้าง เน้นการประหยัดพลังงาน และช่วยควบคุมต้นทุนโครงสร้างอาคารในระยะยาว