PlusMagi's Blog By Pitt Phunsanit

“อาบป่า” (Shinrin-Yoku) บำบัดความเครียดด้วยพลังจากธรรมชาติ

ในชีวิตคนเมืองที่ต้องตื่นมาเจอแต่ตึกคอนกรีต เสียงแตรถ และหน้าจอสมาร์ทโฟนตลอดทั้งวัน ไม่แปลกเลยที่เราจะรู้สึกล้าและสมองตื้ออยู่บ่อย ๆ

ลองจินตนาการถึงเสียงใบไม้เสียดสีกัน กลิ่นดินชื้น ๆ หลังฝนตก และแสงแดดอ่อน ๆ ที่ลอดผ่านทิวไม้ลงมากระทบผิว… นี่ไม่ใช่แค่การไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจธรรมดา แต่คือศาสตร์แห่งการเยียวยาที่เรียกว่า “อาบป่า” หรือ Shinrin-Yoku (森林浴) จากประเทศญี่ปุ่นครับ


อาบป่า คืออะไร? (ไม่ใช่การพกสบู่ไปอาบน้ำในป่านะ!)

คำว่า Shinrin (森林) แปลว่า ป่า และ Yoku (浴) แปลว่า การอาบ

“อาบป่า” จึงหมายถึง การพาตัวเองไปซึมซับบรรยากาศของป่าผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 (รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส) ไม่ใช่การไปปีนเขาเพื่อพิชิตยอดภู ไม่ใช่การเดินป่าระยะไกล (Hiking) ที่เน้นความท้าทาย และไม่ใช่การวิ่งเทรล

หัวใจสำคัญของการอาบป่าคือ “ความช้า” และ “การอยู่กับปัจจุบันขณะ” ปล่อยให้ธรรมชาติหลั่งไหลเข้ามาในตัวเรา


มหัศจรรย์ “ไฟตอนไซด์” (Phytoncides) กุญแจลับจากต้นไม้

วิทยาศาสตร์บอกเราว่า การเดินป่าทำให้เรารู้สึกสดชื่นขึ้น ไม่ใช่แค่เพราะอากาศดีเท่านั้น แต่เป็นเพราะต้นไม้ปล่อยสารเคมีชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า “ไฟตอนไซด์” (Phytoncides) ออกมาเพื่อปกป้องตัวเองจากแมลงและเชื้อโรค

เมื่อเราสูดหายใจเอาไฟตอนไซด์เข้าไป ร่างกายของเราจะตอบสนองในทางที่ดีอย่างเหลือเชื่อ


วิธี “อาบป่า” ง่าย ๆ ใน 5 ขั้นตอน

คุณไม่จำเป็นต้องเดินทางไปถึงป่าลึกในญี่ปุ่น แค่สวนสาธารณะใหญ่ ๆ ที่มีต้นไม้ร่มรื่นในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัดก็สามารถเริ่มทำได้แล้ว ด้วยไกด์ไลน์ง่าย ๆ ดังนี้ครับ

ขั้นตอนวิธีการปฏิบัติ
1. ปลดล็อก (Disconnect)ปิดเสียงสมาร์ทโฟน หรือเก็บใส่กระเป๋าไปเลย ยิ่งเราห่างจากหน้าจอได้มากเท่าไหร่ เรายิ่งใกล้ชิดธรรมชาติได้มากเท่านั้น
2. เดินอย่างเชื่องช้าปล่อยใจไปตามสบาย ไม่ต้องมีเป้าหมายว่าจะต้องเดินให้ครบกี่กิโลเมตร เดินไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมาย คล้ายการเดินจงกรม
3. เปิดประสาทสัมผัสทั้ง 5ตา: มองความเขียวขจี ลวดลายของใบไม้ แสงแดดที่ตกกระทบ
หู: ฟังเสียงนกร้อง เสียงลมพัด เสียงใบไม้ไหว
จมูก: สูดกลิ่นดิน กลิ่นเปลือกไม้ กลิ่นโอโซน
กายสัมผัส: ลองถอดรองเท้าเดินย่ำสนามหญ้า เอามือลูบเปลือกไม้ หรือสัมผัสน้ำในลำธาร
ใจ: รับรู้ถึงความรู้สึกสงบภายใน
4. นั่งพักและสังเกตหามุมสงบ ๆ ใต้ต้นไม้ใหญ่นั่งลง ปล่อยให้ตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ สังเกตแมลงตัวเล็ก ๆ หรือการเคลื่อนไหวรอบตัว
5. ไม่รีบร้อนใช้เวลากับตรงนั้นอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายและจิตใจได้ปรับจูนเข้ากับคลื่นความถี่ของธรรมชาติอย่างเต็มที่

บทสรุป

การอาบป่าคือสะพานเชื่อมเรากลับคืนสู่ธรรมชาติ และที่สำคัญคือ มันช่วยเชื่อมเรากลับเข้าสู่ตัวเองอีกครั้ง ในโลกที่หมุนไวและเต็มไปด้วยเสียงรบกวน การยอมใจร้ายกับตารางงาน แล้วใจดีกับตัวเองด้วยการพาไป “อาบป่า” สักเดือนละครั้ง อาจเป็นยาขนานเอกที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อ แต่ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุดครับ

สุดสัปดาห์นี้ มีแพลนจะลองไปเข้าหาธรรมชาติที่ไหนบ้างหรือยังครับ?


อ่านเพิ่มเติม

Exit mobile version