PlusMagi's Blog By Pitt Phunsanit Backend,Operating Systems วิธีทำ “Dual Boot” Windows และ Linux ในเครื่องเดียวแบบเข้าใจง่าย

วิธีทำ “Dual Boot” Windows และ Linux ในเครื่องเดียวแบบเข้าใจง่าย

สำหรับสายไอเดีย นักพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือผู้ที่อยากใช้งานทั้งระบบปฏิบัติการ Windows (สำหรับเล่นเกม หรือใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะทาง) และ Linux (สำหรับเขียนโค้ด งานระบบ หรือพัฒนาทักษะไอที) การทำ Dual Boot หรือการติดตั้งทั้งสองระบบไว้บนฮาร์ดดิสก์/ SSD ลูกเดียวกัน เป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะทำให้เราสามารถเลือกได้ว่าจะบูตเข้าใช้งานระบบใดเมื่อเปิดเครื่อง

บทความนี้จะพาไปดูขั้นตอนการเตรียมตัวและลงมือทำ Dual Boot อย่างปลอดภัยครับ


ขั้นตอนที่ 1: สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มลงมือ

การยุ่งเกี่ยวกับพาร์ติชันดิสก์และความปลอดภัยของข้อมูลเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรถือคติ “กันไว้ 1 ดีกว่าแก้” ด้วยการเตรียมตัวดังนี้

  1. Backup ข้อมูลสำคัญเสมอ
    แม้กระบวนการจะไม่ควรทำลายข้อมูลเดิม แต่ข้อผิดพลาดอาจเกิดขึ้นได้ ควรสำรองข้อมูลสำคัญเก็บไว้ใน Cloud หรือ External Drive ก่อนทุกครั้ง (และหากเพิ่งลง Windows ใหม่หรือจัดระเบียบไดรฟ์ อย่าลืมระมัดระวังเรื่อง Config ต่าง ๆ ตามแนวทางปฏิบัติที่ดี)
  2. เตรียม USB สำหรับติดตั้ง Linux
    ดาวน์โหลดไฟล์ ISO ของลีนุกซ์ดิสโทรที่ต้องการ (เช่น Ubuntu, Linux Mint หรือ Fedora) แล้วใช้โปรแกรมอย่าง Rufus หรือ Ventoy ทำตัวติดตั้งลงบน Flash Drive
  3. ปิดระบบ Fast Startup และ Secure Boot (ชั่วคราว)
    • เข้าไปปิด Fast Startup ใน Windows (Control Panel > Power Options > Choose what the power buttons do) เพื่อป้องกันไม่ให้ Windows ล็อกพาร์ติชัน
    • ในบางเมนบอร์ด อาจจำเป็นต้องปิด Secure Boot ในหน้า BIOS เพื่อให้ระบบสามารถมองเห็นและบูตตัวติดตั้ง Linux ได้อย่างราบรื่น

ขั้นตอนที่ 2: แบ่งพื้นที่ว่าง (Shrink Partition) บน Windows

ก่อนลง Linux เราต้องเตรียม “พื้นที่ว่าง” (Unallocated Space) ไว้สำหรับติดตั้งระบบใหม่

  1. คลิกขวาที่ปุ่ม Start แล้วเลือก Disk Management
  2. คลิกขวาที่พาร์ติชันหลัก (เช่น Drive C: หรือ Drive D: ที่มีพื้นที่เหลือเฟือ) แล้วเลือก Shrink Volume
  3. ใส่ขนาดพื้นที่ที่ต้องการแบ่งให้ Linux (แนะนำว่าอย่างน้อย 40-50 GB ขึ้นไป สำหรับการใช้งานจริงจัง) แล้วกด Shrink
  4. พื้นที่ส่วนที่ถูกตัดออกมาจะกลายเป็นพื้นที่สีดำที่มีสถานะเป็น Unallocated Space (ปล่อยไว้ ไม่ต้องสร้าง New Volume ใด ๆ )

ขั้นตอนที่ 3: ติดตั้ง Linux และจัดการ Bootloader (GRUB)

เมื่อเตรียมพื้นที่เสร็จแล้ว ให้เสียบ USB Linux ที่ทำไว้ แล้วเริ่มกระบวนการติดตั้ง

  1. รีสตาร์ตคอมพิวเตอร์และกดปุ่มเข้า Boot Menu / BIOS (เช่น F12, F11 หรือ Del) เพื่อเลือกบูตจาก USB Flash Drive
  2. เข้าสู่หน้าโปรแกรมติดตั้งของ Linux และทำตามขั้นตอนเบื้องต้น (เลือกภาษา, คีย์บอร์ด)
  3. ขั้นตอนสำคัญที่สุด – การเลือกประเภทการติดตั้ง (Partitioning):
    • ตัวติดตั้งส่วนใหญ่จะมีตัวเลือกอัตโนมัติเช่น “Install [ชื่อ Linux] alongside Windows Boot Manager” ซึ่งระบบจะจัดการแบ่งพาร์ติชันให้เองโดยอัตโนมัติ (ปลอดภัยและง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่)
    • สำหรับสายแอดวานซ์: สามารถเลือก Manual Partitioning (Something else) เพื่อกำหนดพาร์ติชันเอง เช่น สร้างพาร์ติชัน / (Root) และพื้นที่ Swap ตามต้องการ
  4. ดำเนินการติดตั้งจนเสร็จสิ้น แล้วรีสตาร์ตเครื่อง

ขั้นตอนที่ 4: สัมผัสมนต์เสน่ห์หน้าจอเลือกบูต (GRUB Menu)

หลังจากรีสตาร์ตเครื่อง คุณจะไม่เข้า Windows ทันที แต่จะพบกับหน้าจอสีดำที่มีตัวหนังสือให้เลือกที่เรียกว่า GRUB Bootloader ซึ่งถูกติดตั้งมาพร้อมกับ Linux

  • บรรทัดบนสุด
    เข้าสู่ระบบ Linux
  • บรรทัดล่าง ๆ
    จะมีตัวเลือกสำหรับเข้าสู่ Windows Boot Manager

คุณสามารถใช้ลูกศรบนคีย์บอร์ดเลือกระบบที่ต้องการใช้งานในแต่ละครั้งได้ทันที หากปล่อยทิ้งไว้สักครู่ ระบบจะบูตเข้าสู่ระบบปฏิบัติการค่าเริ่มต้น (Default) ที่ถูกตั้งไว้โดยอัตโนมัติ


การทำ Dual Boot ช่วยให้เราดึงศักยภาพสูงสุดของฮาร์ดแวร์ออกมาใช้งานได้เต็มที่โดยไม่ต้องพึ่งพา Virtual Machine ที่อาจกินทรัพยากรเครื่องเพิ่มขึ้น ขอให้สนุกกับการสำรวจโลกทั้งสองใบในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวนะครับ!



อ่านเพิ่มเติม

Tags:
Exit mobile version