ภายใต้เบาะรองนั่งของเก้าอี้ดีดตัว ACES II ไม่ได้เป็นเพียงแค่แผ่นรองรับน้ำหนักตัวของนักบิน แต่เป็นที่ตั้งของอุปกรณ์ช่วยชีวิตขั้นวิกฤต 2 ระบบที่ทำงานร่วมกัน ได้แก่ ระบบออกซิเจนฉุกเฉิน (Emergency Oxygen System) และ กล่องชุดอุปกรณ์ดำรงชีพ (Survival Kit / Survival Kit Container) ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อให้มั่นใจว่านักบินจะไม่หมดสติจากภาวะขาดอากาศในระดับความสูง และมีปัจจัยยังชีพเพียงพอที่จะเอาชีวิตรอดในสภาพภูมิประเทศอันทุรกันดารหลังการดีดตัวสละอากาศยาน

ระบบออกซิเจนฉุกเฉินในเก้าอี้ดีดตัว: ลมหายใจกู้ชีพกลางเวหา
ในสภาวะปกติ เครื่องบินจะจ่ายออกซิเจนผ่านระบบผลิตออกซิเจนของตัวเครื่อง (OBOGS หรือ LOX) แต่เมื่อมีการดีดตัวสละเครื่อง สายออกซิเจนหลักจะถูกกระชากหลุดออกทันที ระบบออกซิเจนฉุกเฉินใต้เบาะนั่งจึงต้องเข้ามารับหน้าที่ต่อในเสี้ยววินาที:
- ถังบรรจุก๊าซออกซิเจนแรงดันสูง
ติดตั้งอยู่บริเวณโครงสร้างด้านซ้ายใต้เบาะนั่ง ทำจากโลหะผสมหรือวัสดุคอมโพสิต บรรจุก๊าซออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% ที่ระดับแรงดันประมาณ 1,800–2,100 psi - กลไกการเปิดวาล์วอัตโนมัติด้วยสายสลิง (Lanyard Activation)
ทันทีที่เก้าอี้เริ่มเลื่อนตัวขึ้นตามราง สายสลิงฉุกเฉินที่ยึดติดกับพื้นห้องนักบินจะกระตุกดึงสลักเปิดวาล์วจ่ายออกซิเจนเข้าสู่หน้ากากของนักบินโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องรอนักบินสั่งการ - คันโยกกระตุกจ่ายออกซิเจนสำรองแบบแมนนวล (Manual Green Ring)
บริเวณด้านซ้ายของเบาะนั่งจะมีห่วงดึงสีเขียว (Emergency Oxygen Release Ring) เพื่อให้นักบินสามารถกระตุกดึงด้วยมือได้เอง หากระบบอัตโนมัติขัดข้อง หรือเกิดกรณีห้องนักบินสูญเสียความดัน (Hypoxia) ก่อนที่จะตัดสินใจดีดตัว - ระยะเวลาการจ่ายก๊าซต่อเนื่อง
สามารถจ่ายออกซิเจนเข้าสู่หน้ากากนักบินได้อย่างต่อเนื่องประมาณ 10–15 นาที ซึ่งเพียงพออย่างยิ่งสำหรับการร่วงลงมาจากเพดานบินสูงกว่า 15,000 ฟุต สู่ระดับความสูงที่อากาศปลอดภัยต่อการหายใจ
https://www.youtube.com/watch?v=F_fW7B3Xf3g
กล่องชุดอุปกรณ์ดำรงชีพ (Survival Kit Container): แคปซูลรอดชีวิตใต้ที่นั่ง
โครงสร้างเบาะรองนั่งที่นักบินนั่งทับอยู่ตลอดเวลา แท้จริงแล้วคือฝาปิดของกล่องบรรจุอุปกรณ์ดำรงชีพแบบแข็ง (Rigid Seat Survival Kit: RSSK) ซึ่งบรรจุสิ่งของจำเป็นตามภารกิจและสภาพภูมิศาสตร์ที่บินผ่าน:
| หมวดหมู่อุปกรณ์ | รายการสิ่งของจำเป็นภายในกล่อง | หน้าที่และการใช้งานในสถานการณ์ฉุกเฉิน |
|---|---|---|
| การกู้ภัยทางน้ำ | แพยางชูชีพเป่าลมเดี่ยว (One-Man Life Raft) พร้อมถังแก๊ส CO2, สีย้อมน้ำทะเล (Sea Dye Marker) | พองลมโดยอัตโนมัติหรือเปิดวาล์วเติมลมได้ทันทีเมื่อตกน้ำ และกระจายแถบสีสะท้อนแสงบนผิวน้ำเพื่อให้เครื่องบินค้นหามองเห็นจากระยะไกล |
| การสื่อสารและบอกพิกัด | วิทยุสื่อสารฉุกเฉินสองทาง (Combat Survival Radio – AN/PRC-112 หรือ CSEL), สัญญาณระบุตำแหน่งดาวเทียม (GPS Beacon), พลุสัญญาณและกระจกสะท้อนแสง | ส่งสัญญาณพิกัด GPS อัตโนมัติไปยังเครือข่ายดาวเทียมกู้ภัย (SARSAT) และติดต่อสื่อสารกับหน่วยค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ (CSAR) |
| น้ำดื่มและการยังชีพ | น้ำดื่มบรรจุซองทนแรงกด, ถุงกรองน้ำพกพา, เม็ดฟอกน้ำบริสุทธิ์, อาหารแท่งพลังงานสูง | ให้พลังงานและน้ำดื่มเพียงพอสำหรับการดำรงชีพอย่างน้อย 48–72 ชั่วโมงขณะรอคอยการช่วยเหลือ |
| การปฐมพยาบาลและการป้องกันตัว | ชุดปฐมพยาบาลสนาม (IFAK), สายรัดห้ามเลือด (Tourniquet), ผ้าห่มฟอยล์กักเก็บความร้อน, มีดพกพับอเนกประสงค์, แว่นกันแดด/ผ้าคลุมพราง | รักษาบาดแผลจากการดีดตัว ป้องกันภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำ (Hypothermia) และอำพรางตัวจากกองกำลังฝ่ายตรงข้าม |
กลไกการปล่อยกล่องยังชีพขณะลอยตัวกลางเวหา (Kit Deployment)
การคลายตัวของกล่องอุปกรณ์ยังชีพได้รับการออกแบบอย่างประณีตเพื่อความปลอดภัยในจังหวะแตะพื้นดิน
- การปลดตัวออกจากโครงสร้างเก้าอี้
เมื่อร่มชูชีพหลักกางออกเต็มผืนและเก้าอี้ถูกผลักแยกตัวทิ้งไป กล่องชุดดำรงชีพจะไม่หลุดหายไปกับเก้าอี้ แต่จะถูกปลดออกจากเบาะและยึดติดอยู่กับสายรัดนิรภัยของตัวนักบิน - ระบบทิ้งสายสลิงห้อยหย่อน (Lanyard Drop System)
หลังจากเก้าอี้แยกตัวออกไปไม่กี่วินาที กลไกปล่อยสัมภาระจะปล่อยให้กล่องอุปกรณ์ยังชีพทิ้งตัวห้อยลงไปใต้เท้านักบินด้วยสายสลิงยาวประมาณ 4 เมตร (ราว 12–15 ฟุต) - ประโยชน์สองต่อของสายสลิง 4 เมตร
หนึ่งคือช่วยให้นักบินแตะพื้นดินด้วยความปลอดภัย ปราศจากกล่องน้ำหนักเกือบ 15–20 กิโลกรัมกระแทกขาหรือข้อเท้า และสองคือทำหน้าที่เป็น “เซนเซอร์เตือนระยะสัมผัสพื้น” เพราะเมื่อกล่องแตะพื้นก่อน นักบินจะรับรู้ได้ทันทีว่าเหลือระยะห่างอีกประมาณ 4 เมตร และสามารถตั้งท่าเตรียมแตะพื้น (Parachute Landing Fall: PLF) ได้อย่างแม่นยำ
การจัดชุดสัมภาระตามสภาพแวดล้อม (Environmental Tailoring)
กล่องชุดอุปกรณ์ยังชีพของเก้าอี้ ACES II ไม่ได้บรรจุสิ่งของแบบเดียวกันทั้งหมดในทุกภารกิจ แต่จะถูกปรับเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อมการบินของฝูงบินนั้น ๆ
การปรับแต่งตามเขตภูมิอากาศ
หากฝูงบินต้องปฏิบัติภารกิจเหนือ ภูมิภาควังวนอาร์กติกหรือฤดูหนาวจัด ชุดยังชีพจะบรรจุเต็นท์คลุมหิมะ ถุงนอนทนความเย็นติดลบ และอุปกรณ์จุดไฟชนิดพิเศษ ในขณะที่ภารกิจเหนือ ภูมิประเทศทะเลทรายหรือป่าดงดิบชื้น จะเน้นการบรรจุภาชนะสำรองน้ำดื่ม เม็ดเกลือแร่ เซรุ่มป้องกันพิษสัตว์ และมุ้งกันยุง เพื่อให้สอดคล้องกับภัยคุกคามทางธรรมชาติที่นักบินต้องเผชิญอย่างแท้จริง