PlusMagi's Blog By Pitt Phunsanit Biology,Botany,chemistry พริกทำไม่ ต้องเผ็ด

พริกทำไม่ ต้องเผ็ด

หากมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ความเผ็ดร้อนของพริกไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์เอาไปตำน้ำพริกหรือใส่ต้มยำ แต่แท้จริงแล้วมันคือ “อาวุธเคมี” ที่พืชตระกูลนี้วิวัฒนาการขึ้นมาเพื่อความอยู่รอดในสนามรบแห่งการคัดเลือกโดยธรรมชาติ


พริกไม่ได้มาจากเอเชีย: จุดกำเนิดจากทวีปอเมริกา

แม้ทุกวันนี้อาหารไทย เกาหลี หรืออินเดีย จะขาดพริกไม่ได้ แต่แท้จริงแล้วพริกเป็นพืชพื้นเมืองของ ทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้ บรรพบุรุษของพริกเติบโตอยู่ในแถบประเทศโบลิเวียและเม็กซิโกมานานหลายพันปี

จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1492 คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส แล่นเรือไปถึงทวีปอเมริกาโดยหวังจะตามหา “พริกไทยดำ” (Black Pepper) ซึ่งเป็นเครื่องเทศล้ำค่าของโลกเก่า เมื่อเขาได้ชิมผลไม้รสเผ็ดร้อนสีแดงของชาวพื้นเมือง จึงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพริกไทยชนิดหนึ่ง และเรียกมันว่า “Pepper” (ก่อนจะกลายเป็น Chili Pepper ในเวลาต่อมา)

หลังการค้นพบครั้งนั้น พ่อค้าชาวโปรตุเกสและสเปนจึงนำพริกข้ามมหาสมุทรมาเผยแพร่ทั่วยุโรป แอฟริกา และแล่นเรือเข้าสู่อยุธยาในศตวรรษที่ 16 เปลี่ยนโฉมหน้าวัฒนธรรมอาหารของชาวเอเชียไปตลอดกาล


ทำไมพริกต้องเผ็ด? กลยุทธ์การคัดเลือกนักเดินทาง

คำถามสำคัญทางวิวัฒนาการคือ พืชส่วนใหญ่ออกผลหวานฉ่ำเพื่อล่อให้สัตว์มากินแล้วช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ แต่ทำไมพริกถึงสร้างสาร แคปไซซิน (Capsaicin) ที่ทำให้แสบร้อนปากจนสัตว์ส่วนใหญ่ต้องวิ่งหนี?

คำตอบอยู่ที่ “ชนิดของสัตว์” ที่พริกเลือกให้เป็นพาหะ

  • สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (Mammals) คือศัตรู
    ฟันกรามของหนู กระรอก ลิง หรือแม้แต่มนุษย์ ถูกออกแบบมาเพื่อ “บดเคี้ยว” หากสัตว์พวกนี้กินผลพริก เมล็ดขนาดเล็กข้างในจะถูกบดแหลกละเอียดจนหมดสภาพการงอก ยิ่งไปกว่านั้น กรดในกระเพาะของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมยังทำลายเมล็ดพืชได้ พริกจึงต้องสร้างสารแคปไซซินขึ้นมา โดยสารนี้จะทำปฏิกิริยากับตัวรับความร้อน (TRPV1) ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ทำให้รู้สึกเจ็บปวดแสบร้อนเหมือนไฟลวก เพื่อไล่ไม่ให้สัตว์กลุ่มนี้เข้ามากัดกินเมล็ด
  • นก (Birds) คือพันธมิตรตัวจริง
    นกไม่มีตัวรับ TRPV1 ชนิดเดียวกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ทำให้นกสามารถกินพริกที่เผ็ดที่สุดในโลกได้อย่างเอร็ดอร่อยโดยไม่รู้สึกเผ็ดเลยแม้แต่นิดเดียว นอกจากนี้นกไม่มีฟันกรามสำหรับเคี้ยว เมล็ดพริกจึงถูกกลืนลงกระเพาะทั้งเมล็ด เมื่อบินไปไกลหลายกิโลเมตรและขับถ่ายออกมา เมล็ดพริกที่ไม่ได้รับความเสียหายจะตกลงสู่พื้นดินพร้อมปุ๋ยชั้นดี ช่วยขยายเผ่าพันธุ์พริกไปได้ไกลกว่าเดิม

ป้องกันเชื้อราและแบคทีเรีย

นอกจากขับไล่สัตว์ฟันแทะแล้ว แคปไซซินยังมีฤทธิ์เป็น ยาต้านจุลชีพตามธรรมชาติ (Antifungal and Antibacterial) งานวิจัยพบว่าในป่าเขตร้อนชื้นที่มีเชื้อรา Fusarium ชุกชุม พริกป่าจะผลิตแคปไซซินในปริมาณที่เข้มข้นกว่าปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อราเจาะเปลือกเข้าไปทำลายตัวอ่อนในเมล็ดก่อนที่จะมีนกมากิน


ตลกร้ายทางวิวัฒนาการ

ธรรมชาติสร้างความเผ็ดร้อนขึ้นมาเป็นเวลานับล้านปีเพื่อเตือนว่า “อย่ามากินฉัน” และมันได้ผลดีเยี่ยมกับสิ่งมีชีวิตแทบทุกชนิด ยกเว้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสายพันธุ์หนึ่งที่ชื่อว่า มนุษย์

แทนที่มนุษย์จะหวาดกลัวอาวุธเคมีนี้ เรากลับหลงใหลในความเจ็บปวด นำพริกมาเพาะพันธุ์ ปรับปรุงสายพันธุ์ให้เผ็ดขึ้นกว่าเดิมหลายร้อยเท่า และช่วยนำพาพริกไปกระจายพันธุ์อยู่ทั่วทุกทวีปบนโลกใบนี้อย่างที่บรรพบุรุษพริกเองก็คงไม่คาดคิดมาก่อน



อ่านเพิ่มเติม