หลายคนเมื่อได้รับตู้เย็นเครื่องใหม่แกะกล่อง หรือเพิ่งขนย้ายตู้เย็นเข้าบ้านใหม่ มักอยากรีบเสียบปลั๊กใช้งานทันทีเพื่อแช่น้ำเย็นหรือเก็บอาหาร แต่คำแนะนำยอดฮิตจากช่างคือ “อย่าเพิ่งเสียบปลั๊ก ให้ตั้งทิ้งไว้ก่อน” คำถามคือทำไมต้องทำเช่นนั้น และต้องรอนานแค่ไหนถึงจะปลอดภัยต่อตู้เย็น
ทำไมถึงห้ามเสียบปลั๊กทันที?
หัวใจสำคัญของการทำงานในตู้เย็นคือ คอมเพรสเซอร์ (Compressor) ซึ่งภายในบรรจุทั้งสารทำความเย็นและ น้ำมันหล่อลื่นคอมเพรสเซอร์ เอาไว้
- ระหว่างการขนส่ง
การยก การเอียง หรือแรงสั่นสะเทือนบนรถบรรทุก ทำให้น้ำมันหล่อลื่นไหลย้อนเข้าไปในท่อทางเดินของน้ำยาทำความเย็น - หากเสียบปลั๊กทันที
คอมเพรสเซอร์จะสูบฉีดน้ำมันที่ค้างอยู่ในท่อ ทำให้เกิดการอุดตันในระบบระบายความร้อน นอกจากนี้น้ำมันในตัวคอมเพรสเซอร์ที่ลดลงชั่วคราวจะส่งผลให้เครื่องสึกหรอ ร้อนจัด จนคอมเพรสเซอร์ไหม้หรือพังเสียหายก่อนเวลาอันควร
ต้องตั้งตู้เย็นทิ้งไว้นานแค่ไหน?
ระยะเวลาในการพักเครื่องขึ้นอยู่กับ ลักษณะและท่าทางการขนย้าย เป็นหลัก
- ขนย้ายในแนวตั้งตลอดทาง
หากขนย้ายโดยให้ตู้เย็นตั้งตรงตลอดเวลา (เอียงไม่เกิน 30–45 องศาขณะยก) ให้ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง เพื่อให้น้ำมันไหลย้อนกลับลงสู่อ่างคอมเพรสเซอร์ตามเดิม - ขนย้ายในแนวนอน (นอนตู้เย็นมา)
หากจำเป็นต้องวางนอนมากับท้ายรถกระบะ น้ำมันจะไหลเข้าไปลึกในระบบท่อทำความเย็น ควรถอดสายไฟและตั้งทิ้งไว้ในแนวตั้งอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ก่อนเสียบปลั๊กใช้งาน
ข้อแนะนำเมื่อเริ่มเปิดใช้งานครั้งแรก
- ตั้งในจุดที่ระบายอากาศได้ดี
เว้นระยะห่างระหว่างด้านหลังและด้านข้างของตู้เย็นกับผนังอย่างน้อย 5–10 เซนติเมตร เพื่อการถ่ายเทความร้อนที่มีประสิทธิภาพ - เสียบปลั๊กตรงกับเต้ารับติดผนัง
หลีกเลี่ยงการใช้ปลั๊กพ่วงสายเล็ก เพราะตู้เย็นใช้กระแสไฟฟ้าช่วงออกตัวสูง - เปิดเครื่องเปล่าทิ้งไว้ก่อน
หลังเสียบปลั๊ก ควรเปิดตู้เย็นเดินเครื่องเปล่าไว้ประมาณ 2 – 4 ชั่วโมง ให้ระบบทำความเย็นทำงานจนอุณหภูมิคงที่ แล้วจึงค่อยทยอยนำอาหารหรือเครื่องดื่มเข้าไปแช่
การสละเวลารอเพียงไม่กี่ชั่วโมงช่วยลดความเสี่ยงที่คอมเพรสเซอร์จะพังเสียหายตั้งแต่เริ่มใช้งาน และช่วยยืดอายุการใช้งานตู้เย็นของคุณได้ยาวนานหลายปี