คือชุดกิโมโนแบบลำลองสำหรับฤดูร้อนของญี่ปุ่น ตัดเย็บจากผ้าฝ้ายเนื้อโปร่ง ระบายอากาศได้ดี มีโครงสร้างการสวมใส่ที่เรียบง่ายและผ่อนคลายกว่ากิโมโนทางการ ในปัจจุบันยูกะตะเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลฤดูร้อน วัฒนธรรมออนเซ็น และแฟชั่นร่วมสมัยที่ผู้คนทั่วโลกคุ้นเคย
กำเนิดและวิวัฒนาการ
คำว่า “ยูกะตะ” มาจากคำว่า ยุกะตะบิระ (Yukabira – 湯帷子) แปลตรงตัวว่า “เสื้อคลุมอาบน้ำ”
- ยุคเฮอัน (ค.ศ. 794–1185)
ชนชั้นขุนนางสวมเสื้อผ้าลินินเนื้อบางเพื่อป้องกันไอน้ำร้อนลวกผิวขณะแช่น้ำรวมและช่วยซับเหงื่อ - ยุคเอโดะ (ค.ศ. 1603–1867)
วัฒนธรรมโรงอาบน้ำสาธารณะ (เซ็นโต – Sento) แพร่หลายสู่สามัญชน การพัฒนาเทคนิคย้อมคราม (Aizome) บนผ้าฝ้ายทำให้ยูกะตะกลายเป็นชุดสวมสบายหลังอาบน้ำ และเริ่มนำมาใส่ออกนอกบ้านในชีวิตประจำวันช่วงฤดูร้อน - ยุคปัจจุบัน
ยูกะตะพัฒนาเป็นชุดประจำเทศกาลดอกไม้ไฟ งานวัด และชุดลำลองสำหรับแขกในเรียวกัง (Ryokan)
องค์ประกอบและการสวมใส่
| องค์ประกอบ | รายละเอียด |
| ตัวเสื้อ (Yukata) | ตัดเย็บรูปตัว T จากผ้าฝ้ายหรือผ้าใยสังเคราะห์ ไม่มีซับใน (Hitoe) สวมโดยไม่ต้องมีเสื้อซับในกิโมโน (Nagajuban) |
| สายรัดเอว (Obi) | ใช้โอบิแบบแคบและบางกว่ากิโมโน ผู้หญิงนิยมใช้ Hanhaba Obi หรือ Heko Obi (ผ้าโปร่งจับจีบง่าย) ส่วนผู้ชายใช้ Kaku Obi |
| รองเท้า (Geta) | รองเท้าเกี๊ยะไม้ สวมด้วยเท้าเปล่าโดยไม่ใส่ถุงเท้าทาบิ (Tabi) |
| เครื่องประดับเสริม | กระเป๋าหูรูดผ้า (Kinchaku) พัดพับ (Sensu) หรือพัดกลม (Uchiwa) เหน็บไว้ด้านหลังโอบิ |
กฎสำคัญในการสวมใส่
สาบเสื้อด้านซ้ายต้องทับด้านขวาเสมอ (Migimae/Left-over-Right) การทับขวาทับซ้ายสงวนไว้สำหรับชุดผู้เสียชีวิตในพิธีศพเท่านั้น
ความแตกต่างระหว่างยูกะตะและกิโมโน
- เนื้อผ้าและชั้นการสวม
กิโมโนมักตัดเย็บจากผ้าไหมหรือผ้าขนสัตว์ มีซับในหนา และต้องสวมเสื้อซับในสีขาว (Nagajuban) ให้เห็นคอปกซ้อนกัน ขณะที่ยูกะตะเป็นผ้าฝ้ายชั้นเดียว สวมทับชุดชั้นในปกติได้ทันที - ระดับความเป็นทางการ
กิโมโนใช้ในพิธีการ งานแต่งงาน พิธีชงชา หรืองานสำคัญ ส่วนยูกะตะใช้ในบริบทผ่อนคลาย ลำลอง และงานรื่นเริงกลางแจ้ง - ถุงเท้าและรองเท้า
กิโมโนต้องใส่ถุงเท้าทาบิสีขาวคู่กับรองเท้าโซริ (Zori) ส่วนยูกะตะเดินเท้าเปล่าบนเกี๊ยะเกตะ
บทบาททางวัฒนธรรมและแฟชั่นร่วมสมัย
ในสังคมญี่ปุ่นปัจจุบัน ยูกะตะยังคงมีบทบาทเด่นชัดใน 2 มิติหลัก
- ออนเซ็นและเรียวกัง
ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย โดยผู้เข้าพักสามารถสวมใส่เดินในบริเวณโรงแรม รับประทานอาหารค่ำ หรือเดินเล่นในเมืองน้ำพุร้อน - เทศกาลฤดูร้อน (Natsu Matsuri)
เป็นธรรมเนียมยอดนิยมของวัยรุ่นและครอบครัวในการแต่งกายด้วยยูกะตะลวดลายสดใส ทั้งลายดอกผักบุ้ง ลายปลาทอง หรือลายเรขาคณิตดั้งเดิม ไปชมการจุดพลุไฟและร่วมเต้นรำบงโอโดริ (Bon Odori)
ด้วยความสะดวกในการสวมใส่และลวดลายกราฟิกที่ปรับให้โมเดิร์น ยูกะตะจึงกลายเป็นเครื่องแต่งกายดั้งเดิมที่ปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ได้อย่างกลมกลืนที่สุดแบบหนึ่งของญี่ปุ่น