PlusMagi's Blog By Pitt Phunsanit Technology จากความเชื่อ “อาการ 32” สู่ความจริงทางการแพทย์: มนุษย์เราไม่ได้มีแค่ 32 อย่าง และเพิ่งค้นพบ “อวัยวะที่ 79”

จากความเชื่อ “อาการ 32” สู่ความจริงทางการแพทย์: มนุษย์เราไม่ได้มีแค่ 32 อย่าง และเพิ่งค้นพบ “อวัยวะที่ 79”

ตั้งแต่เด็ก เรามักได้ยินสำนวนคุ้นหูอย่างคำว่า “ครบ 32” ที่ใช้เปรียบเปรยถึงการมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากความพิการ แต่ในความเป็นจริงตามหลักชีววิทยาและกายวิภาคศาสตร์ ร่างกายมนุษย์ซับซ้อนกว่าตัวเลข 32 ไปไกลมาก และวงการแพทย์เพิ่งจัดสถานะอย่างเป็นทางการให้กับ “อวัยวะชิ้นที่ 79” ไปเมื่อไม่กี่ปีมานี้


ความจริงของ “อาการ 32”: มาจากไหนกันแน่?

คำว่า “อาการ 32” ไม่ได้มีรากฐานมาจากตำรากายวิภาคศาสตร์ แต่มีที่มาจากคติทางพุทธศาสนาในคัมภีร์พระไตรปิฎก (บท ทวัตติงสาการ) ซึ่งใช้สำหรับฝึกวิปัสสนากรรมฐานเพื่อให้เห็นความไม่เที่ยงและไม่ยึดติดในร่างกาย โดยจำแนกส่วนประกอบของร่างกายออกเป็น 32 ธาตุ เช่น ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก ตับ ไต ปอด ลำไส้ ไปจนถึงของเหลวอย่าง เลือด น้ำดี เสลด และปัสสาวะ

ในมุมมองการแพทย์แผนปัจจุบัน เราไม่ได้นับอวัยวะแบบนั้น เพราะร่างกายประกอบด้วยเซลล์นับล้านล้านเซลล์ กระดูก 206 ชิ้น กล้ามเนื้อกว่า 600 มัด และอวัยวะหลักที่ทำงานสอดประสานกันหลายสิบส่วน ซึ่งตำราแพทย์สากลบันทึกอวัยวะเด่นๆ ไว้ที่ 78 ชิ้นมาอย่างยาวนาน


จุดเปลี่ยนวงการแพทย์: กำเนิด “อวัยวะชิ้นที่ 79”

หลายคนอาจคิดว่าร่างกายมนุษย์ถูกสำรวจจนหมดสิ้นแล้ว แต่ในปี 2017 วารสารการแพทย์ระดับโลก The Lancet Gastroenterology & Hepatology ได้เผยแพร่งานวิจัยของ ศ.นพ. เจ. คาลวิน คอฟฟีย์ (J. Calvin Coffey) จากมหาวิทยาลัยลิเมอริก ประเทศไอร์แลนด์ ที่เสนอให้ยกระดับโครงสร้างหนึ่งในช่องท้องขึ้นเป็น อวัยวะชิ้นที่ 79 อย่างเป็นทางการ

อวัยวะนั้นมีชื่อว่า มีเซนเทอรี (Mesentery) หรือในภาษาไทยเรียกว่า “เยื่อแขวนลำไส้”


ทำไม “เยื่อแขวนลำไส้” ถึงเพิ่งได้เลื่อนขั้นเป็นอวัยวะ?

อันที่จริง ลีโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) เคยสังเกตและวาดภาพโครงสร้างนี้ไว้ตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 แต่ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา วงการแพทย์จัดให้เยื่อแขวนลำไส้เป็นเพียง “แผ่นเนื้อเยื่อพับแยกส่วน” ที่ไม่มีความต่อเนื่อง ทำหน้าที่แค่ยึดลำไส้ไว้กับผนังช่องท้องไม่ให้กองรวมกัน

ทว่า จากการศึกษาด้วยเทคนิคกล้องจุลทรรศน์ความละเอียดสูงและการผ่าตัดสมัยใหม่ ทีมวิจัยพบข้อเท็จจริงใหม่ว่า

  1. เป็นโครงสร้างเดี่ยวที่ต่อเนื่อง
    เยื่อแขวนลำไส้ไม่ได้แตกเป็นชิ้นๆ แต่เป็นอวัยวะเนื้อเยื่อพับผืนเดียวที่มีความต่อเนื่องยาวตั้งแต่ลำไส้เล็กไปจนถึงทวารหนัก
  2. ทำหน้าที่เฉพาะทางและซับซ้อน
    ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ยึดเกาะ แต่เป็นเส้นทางหลักของหลอดเลือด หลอดน้ำเหลือง และเส้นประสาทที่ไปหล่อเลี้ยงระบบทางเดินอาหาร ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในระบบภูมิคุ้มกันและการอักเสบของช่องท้อง

ด้วยโครงสร้างที่เป็นหนึ่งเดียวและหน้าที่เฉพาะทางที่ชัดเจน เยื่อแขวนลำไส้จึงผ่านเกณฑ์ทางกายวิภาคศาสตร์ และได้รับการยอมรับให้เป็นอวัยวะเอกเทศชิ้นที่ 79 ของมนุษย์ในที่สุด


การค้นพบนี้เปลี่ยนอะไรในชีวิตเรา?

การจำแนก “มีเซนเทอรี” เป็นอวัยวะใหม่ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนชื่อในตำราเรียน แต่เปิดประตูสู่ศาสตร์ใหม่อย่าง “Mesenteric Science” ซึ่งช่วยให้แพทย์

  • เข้าใจโรคซับซ้อนในช่องท้องได้ลึกซึ้งขึ้น
    โดยเฉพาะโรคโครห์น (Crohn’s Disease), มะเร็งลำไส้ใหญ่, ภาวะลำไส้กลืนกัน และโรคอักเสบในทางเดินอาหาร
  • ผ่าตัดได้แม่นยำและปลอดภัยกว่าเดิม
    ศัลยแพทย์สามารถวางแผนการผ่าตัดช่องท้องได้ตรงจุด เสียเลือดน้อยลง และลดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด

คำว่า “ครบ 32” จึงยังคงเป็นพรและคำเปรียบเปรยที่งดงามในเชิงวัฒนธรรม แต่ในโลกของวิทยาศาสตร์ ร่างกายของเราคือจักรวาลขนาดย่อมที่ซับซ้อน ลึกซึ้ง และยังคงมีเรื่องราวใหม่ๆ ให้ค้นพบอยู่เสมอ แม้กระทั่งในจุดที่เราเคยคิดว่ารู้จักดีที่สุดแล้วก็ตาม


Exit mobile version