ทักษะสำคัญในการแปลงภาพ 2 มิติให้เห็นเป็นภูมิประเทศ 3 มิติในจินตนาการ ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่า วางแผนเส้นทาง การซื้อที่ดิน หรือสำรวจพื้นที่
องค์ประกอบหลักของระดับความสูง
- เส้นชั้นความสูง (Contour Line)
เส้นสมมุติที่ลากผ่านจุดที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางเท่ากัน ทุกจุดบนเส้นเดียวกันจะมีความสูงเท่ากันเสมอ - ช่วงต่างเส้นชั้นความสูง (Contour Interval)
ระยะห่างในแนวดิ่งระหว่างเส้นชั้นความสูง 2 เส้นที่อยู่ติดกัน โดยแผนที่จะระบุค่านี้ไว้ที่ขอบระวางด้านล่างเสมอ เช่น “Contour Interval = 20 Meters” - เส้นชั้นความสูงหลัก (Index Contour)
เส้นที่มีความหนาหรือเข้มเป็นพิเศษ มักมีตัวเลขระบุความสูงกำกับไว้ ปรากฏทุกๆ 4 หรือ 5 เส้น เพื่อให้คำนวณและนับความสูงได้รวดเร็ว - เส้นชั้นความสูงแทรก (Intermediate Contour)
เส้นบาง ๆ ปกติที่อยู่ระหว่างเส้นหลัก ไม่มีตัวเลขกำกับ ใช้นับตามช่วงต่างความสูง
วิธีสังเกตความลาดชันจากระยะห่างของเส้น
ระยะห่างในแนวนอนของเส้นชั้นความสูงบอกลักษณะความลาดชันของพื้นที่ได้ทันที
| ลักษณะเส้นบนแผนที่ | สภาพภูมิประเทศจริง |
| เส้นอยู่ชิดกันมาก | หน้าผา ชันมาก หรือไหล่เขาสูงชัน |
| เส้นอยู่ห่างกัน | ที่ราบ ความลาดชันน้อย เดินง่าย |
| ระยะห่างสม่ำเสมอ | ทางลาดที่สม่ำเสมอ (Uniform Slope) |
| ยอดเขา (วงกลมปิด) | วงเส้นปิดขนาดเล็กชั้นในสุดคือยอดเขา |
| แอ่งกระทะ / หลุมยุบ | วงปิดที่มีขีดสั้นๆ ชี้เข้าหาศูนย์กลาง (Depression Contour) |
การอ่านรูปทรงสันเขาและร่องน้ำ (กฎตัว V)
การจำแนกทิศทางของภูมิประเทศอาศัย กฎตัว V (Rule of V’s)
- ร่องน้ำหรือลำธาร (Valley / Stream)
เส้นชั้นความสูงจะโค้งเป็นรูปตัว V หรือ U โดยปลายแหลมของตัว V ชี้ขึ้นไปทางที่สูงกว่า (ชี้ไปทางต้นน้ำ) และน้ำจะไหลออกจากปลายแหลมเสมอ - สันเขา (Ridge)
เส้นชั้นความสูงจะโค้งเป็นรูปตัว V หรือ U แต่ปลายแหลมชี้ลงไปทางที่ต่ำกว่า แสดงถึงแนวสันเขาที่ยื่นออกไป
ขั้นตอนการคำนวณความสูงของจุดใด ๆ
- หาเส้นหลักที่ใกล้ที่สุด
สังเกตเส้นหนาที่มีตัวเลขกำกับ (เช่น 200 เมตร) - ตรวจช่วงต่างเส้นความสูง
ดูว่าขอบแผนที่กำหนดไว้เท่าใด (เช่น เส้นละ 20 เมตร) - นับจำนวนเส้นไปยังเป้าหมาย
ถ้านับขึ้นไปทางยอดเขา ให้บวกเพิ่มตามช่วงต่าง (200 -> 220 -> 240) หากนับลง ให้ลบออก - การประมาณจุดระหว่างเส้น
หากจุดเป้าหมายอยู่กึ่งกลางระหว่างเส้น 200 กับ 220 เมตร ให้ประมาณค่าความสูงที่ 210 เมตร