PlusMagi's Blog By Pitt Phunsanit Technology การฝึกสุดโหดและการเตรียมเครื่องแบบของทหาร The Old Guard

การฝึกสุดโหดและการเตรียมเครื่องแบบของทหาร The Old Guard

การได้รับคัดเลือกให้เป็น Tomb Sentinel หรือทหารเฝ้าสุสานทหารนิรนามแห่งหน่วย The Old Guard (กรมทหารราบที่ 3 ของกองทัพบกสหรัฐฯ) ไม่ใช่เพียงการมายืนถือปืนนิ่ง ๆ กลางแจ้ง แต่คือบททดสอบทางสรีระ จิตวิทยา และวินัยขั้นสูงสุด โดยมีอัตราผู้สอบตกและถอนตัวสูงถึง มากกว่า 80% ของผู้สมัครทั้งหมด เบื้องหลังท่วงท่าการเดินที่เป๊ะราวกับเข็มนาฬิกา ล้วนแลกมาด้วยการเคี่ยวกรำนานหลายเดือนและการเตรียมเครื่องแบบที่ต้องใช้เวลาวันละหลายชั่วโมงอย่างพิถีพิถัน

photo-1541872703-74c5e44368f9?w=1200 การฝึกสุดโหดและการเตรียมเครื่องแบบของทหาร The Old Guard
ทหาร Tomb Sentinel แห่ง The Old Guard กับวินัยและความสมบูรณ์แบบระดับมิลลิเมตร

กระบวนการฝึกสุดโหด: คัดสรรจากระดับหัวกะทิ

ผู้ที่จะก้าวเข้าสู่ค่ายฝึกของ Tomb Guards ต้องเป็นทหารอาสาจากกรมทหารราบที่ 3 ที่ผ่านเกณฑ์ทางกายภาพขั้นต้น ทั้งส่วนสูง บุคลิกภาพ และประวัติทางวินัยที่ขาวสะอาด จากนั้นจะต้องเข้าสู่หลักสูตรเคี่ยวกรำที่ไร้ความปรานี:

  • การท่องจำระดับสมบูรณ์แบบ (The Knowledge)
    ทหารฝึกหัดต้องท่องจำประวัติศาสตร์ของสุสานแห่งชาติอาร์ลิงตัน กฎระเบียบทางทหาร และตำแหน่งพิกัดของหลุมศพสำคัญมากกว่า 300 คำถาม โดยต้องตอบได้แบบคำต่อคำ หากท่องผิดแม้แต่คำเดียว คำบุพบทผิด หรือเว้นวรรคจังหวะผิด จะถูกปรับตกการทดสอบทันที
  • การฝึกท่าเดินและการควบคุมกล้ามเนื้อ (The Manual of Arms)
    ต้องฝึกก้าวเดินระยะก้าวละ 21 นิ้ว ในอัตราความเร็วคงที่ 90 ก้าวต่อนาที (1 ก้าวใช้เวลาแม่นยำ 0.7 วินาที) ลำตัว ไหล่ และปืนไรเฟิล M14 ที่หนักเกือบ 5 กิโลกรัม ต้องขนานกับพื้นระดับมิลลิเมตร ทหารต้องฝึกแบกปืนนิ่ง ๆ ท่ามกลางแดดเผาหรืออากาศหนาวจัดนานหลายชั่วโมงจนกล้ามเนื้อเกิดความเคยชิน
  • การทดสอบสภาวะจิตวิทยา (Mind Games)
    ครูฝึกจะเข้ามากดดัน ตะโกนใส่ หรือหาวิธีทำให้เสียสมาธิขณะยืนนิ่งตรง เพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อออกไปปฏิบัติหน้าที่จริงต่อหน้าฝูงชนและสายตากล้องถ่ายรูป ทหารจะไม่ว่อกแว่ก ไม่กะพริบตาผิดจังหวะ และไม่ตอบสนองต่อสิ่งรบกวนภายนอกใด ๆ ทั้งสิ้น

https://www.youtube.com/watch?v=F_fW7B3Xf3g


ศาสตร์แห่งการเตรียมเครื่องแบบ: วิทยาศาสตร์แห่งความสมบูรณ์แบบ

สิ่งที่ทำให้เครื่องแบบของ Tomb Sentinel แตกต่างจากเครื่องแบบทหารทั่วไป คือระดับความเนี้ยบที่ทหารต้องลงมือทำด้วยตนเองในห้องใต้ดินของค่ายฝึก โดยใช้เวลาเฉลี่ย วันละ 4 ถึง 6 ชั่วโมง เพียงเพื่อเตรียมชุดสำหรับเข้าเวรในวันรุ่งขึ้น:

ชิ้นส่วนเครื่องแบบขั้นตอนและกรรมวิธีประณีตเกณฑ์มาตรฐานการตรวจสอบ
รองเท้าบูทข้อยาว (Corcoran Boots)ใช้ขี้ผึ้งกีวี (Kiwi Polish) สำลีก้อน น้ำเปล่า และไฟแช็ก ลนความร้อนละลายขี้ผึ้งลงบนเนื้อหนังเพื่ออุดรูพรุน จากนั้นใช้สำลีชุบน้ำวนเป็นวงกลมขนาดเล็กซ้ำไปซ้ำมานับหมื่นรอบนานหลายสิบชั่วโมงหนังชั้นนอกต้องเรียบเนียนสะท้อนแสงได้ใสราวกับ กระจกเงาแก้ว ใต้ส้นติดตั้งแผ่นเหล็กเกือกม้า (Heel Clickers) เพื่อสร้างเสียงกระทบที่คมกริบ
เสื้อและกางเกง (Blouse & Trousers)ตัดเย็บเข้ารูปอย่างแนบสนิท ใช้ตุ้มถ่วงน้ำหนักหรือแถบยางยืดดึงรั้งขากางเกงไว้กับรองเท้าบูท เพื่อไม่ให้ขากางเกงขยับย่นขึ้นแม้ในขณะก้าวเดินใช้กรรไกรเล็มและไฟลนเก็บปลายด้ายรุ่ยทุกเส้น หากผู้ตรวจการพบเส้นด้ายหลุดรอดแม้แต่ 1 มิลลิเมตร จะถือเป็นข้อบกพร่องทันที
ตราสัญลักษณ์และปืนประจำกายตำแหน่งแถบเหรียญตรา ป้ายชื่อ และกระดุม ต้องวัดด้วย ไม้บรรทัดวัดระยะความคลาดเคลื่อนต้องไม่เกิน 1/64 นิ้ว (ประมาณ 0.4 มิลลิเมตร) จากเส้นกึ่งกลาง ตัวปืน M14 ต้องถอดล้างและชโลมน้ำมันไร้คราบเขม่าหรือรอยนิ้วมือ

เข็มเกียรติยศ Tomb Guard Badge: ตราประจำตัวที่ถูกยึดคืนได้ตลอดชีวิต

หลังจากผ่านการฝึกอันทรหดนาน 6–9 เดือน และผ่านการทดสอบรอบสุดท้าย (ทั้งข้อเขียน การตรวจเครื่องแบบ และการเดินเวรจริง) ทหารจะได้รับเข็ม Tomb Guard Identification Badge ทำจากโลหะเงินขัดเงา แกะสลักรูปพวงหรีดและเทพี 3 องค์แห่งสุสานทหารนิรนาม:

กฎเหล็กแห่งเกียรติยศชั่วชีวิต
เข็มเกียรติยศนี้เป็นตราสัญลักษณ์เพียงชนิดเดียวของกองทัพบกสหรัฐฯ ที่ทหารสามารถ ถูกริบยึดคืนได้ตลอดชีวิต หากในอนาคตแม้จะปลดประจำการไปแล้วหลายสิบปี ทหารผู้นั้นประพฤติตนเสื่อมเสีย ก่อคดีอาญา หรือกระทำการใด ๆ ที่นำความมัวหมองมาสู่เกียรติภูมิของสุสานทหารนิรนาม ตั้งแต่เริ่มมีการมอบเข็มนี้ในปี ค.ศ. 1958 จนถึงปัจจุบัน มีทหารที่ได้รับเข็มนี้ไปเพียงราว 700 กว่านายเท่านั้น ทำให้เป็นหนึ่งในทำเนียบเกียรติยศที่เอ็กซ์คลูซีฟที่สุดในโลกการทหาร


จิตวิญญาณใต้สายฝนและพายุหิมะ

ความทุ่มเทและการเคี่ยวกรำทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำไปเพื่อความโอ่อ่าหรือสร้างภาพลักษณ์ แต่เกิดจากความเชื่อที่ฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณของ The Old Guard ทุกนายว่า

  • การคารวะผู้สละชีพเพื่อชาติ
    ทหารนิรนามที่นอนหลับใหลอยู่ภายในโลงหินอ่อนสีขาวเหล่านั้น ได้สละทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต รวมถึงชื่อตัวตนและอนาคตเพื่อมาตุภูมิ
  • หน้าที่ของทหารผู้มีชีวิตอยู่
    สิ่งน้อยที่สุดที่ทหารรุ่นหลังผู้ยังมีลมหายใจจะตอบแทนได้ คือการยืนหยัดเฝ้าระวังอย่างสง่างามที่สุด ไร้ที่ติที่สุด และมั่นคงที่สุด ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับพายุหิมะ ฝนกระหน่ำ หรือเปลวแดดร้อนระอุเพียงใดก็ตาม

Exit mobile version