ป้ายกำกับ: จิบลิ

Laputa: Castle in the Sky ,Nadia: The Secret of Blue WaterLaputa: Castle in the Sky ,Nadia: The Secret of Blue Water

Laputa: Castle in the Sky (1986) ของ Studio Ghibli และ Nadia: The Secret of Blue Water (1990) ของ Gainax ดูเรื่องหนึ่ง กลับไปคิดถึงอีกเรื่อง เพราะมีความเกี่ยวข้องกันอย่างลึกซึ้งผ่าน “ต้นตอแนวคิดเดียวกัน” ของผู้กำกับปรมาจารย์ ฮายาโอะ มิยาซากิ (Hayao Miyazaki) ครับ โดยมีจุดเชื่อมโยงที่น่าสนใจดังนี้ครับ


โปรเจกต์ที่ถูกพับในอดีตของมิยาซากิ

ในช่วงปี 1970 ฮายาโอะ มิยาซากิ ได้เสนอโครงร่างโปรเจกต์แอนิเมชันเรื่องหนึ่งให้กับบริษัท Toho (โตโฮ) โดยหยิบแรงบันดาลใจมาจากวรรณกรรมคลาสสิกของ จูลส์ เวิร์น (Jules Verne) เรื่อง ใต้ทะเลสองหมื่นลีก (Twenty Thousand Leagues Under the Sea)

โครงเรื่องเดิมที่มิยาซากิคิดไว้คือ: “เด็กชายและเด็กหญิงคู่หนึ่ง ต้องออกเดินทางผจญภัยทางทะเลและหลบหนีจากการตามล่าของกลุ่มวายร้าย โดยมีกัปตันเนโมผู้ลึกลับและเรือดำน้ำไฮเทคคอยช่วยเหลือ”

แต่ในเวลานั้น Toho ไม่ได้อนุมัติให้สร้าง และเก็บไอเดียนี้ขึ้นหิ้งล็อกกุญแจยาวไป


แตกแขนงออกเป็น 2 ผลงานชิ้นเอก

เมื่อเวลาผ่านไป ไอเดียตั้งต้นที่ถูกแช่แข็งไว้ชิ้นนี้ ได้ถูกนำกลับมาปัดฝุ่นใหม่ใน 2 เส้นทางที่แยกจากกัน

  • เส้นทางของ Laputa: มิยาซากินำองค์ประกอบบางส่วนจากไอเดียเดิม (เช่น ศิลาลอยฟ้า, เทคโนโลยีโบราณ, เด็กชายและเด็กหญิงที่ถูกตามล่า) เปลี่ยนจากท้องทะเลขึ้นสู่ท้องฟ้า แล้วพัฒนาต่อจนกลายเป็นภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง Laputa: Castle in the Sky ร่วมกับ Studio Ghibli ในปี 1986
  • เส้นทางของ Nadia: บริษัท Toho ยังคงถือสิทธิ์ในโครงร่างไอเดียเดิมอยู่ และต้องการนำกลับมาทำเป็นทีวีซีรีส์ จึงได้ส่งต่อโปรเจกต์นี้ให้สตูดิโอ Gainax นำไปสานต่อ โดยได้ ฮิเดอากิ อันโนะ (Hideaki Anno) (ซึ่งต่อมาโด่งดังสุดขีดจาก Neon Genesis Evangelion) มารับหน้าที่เป็นผู้กำกับ จนกลายเป็นซีรีส์ Nadia: The Secret of Blue Water ออกอากาศในปี 1990

“DNA” และองค์ประกอบที่แชร์ร่วมกันอย่างชัดเจน

หากลองสังเกตดู คุณจะพบว่าทั้งสองเรื่องมีพิมพ์เขียว (Troope) ที่คล้ายกันมากจนปฏิเสธไม่ได้

  • ตัวเอกหญิงกับอัญมณีวิเศษลึกลับ:
    • เซต้า (Sheeta) ใน Laputa มีศิลาลอยฟ้า (Levitation Crystal) เป็นมรดกตกทอด
    • นาเดีย (Nadia) มีบลูวอเตอร์ (Blue Water) อัญมณีสีฟ้าลึกลับห้อยคอ ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้ทำหน้าที่ส่งสัญญาณและกุมความลับของเนื้อเรื่องเหมือนกัน
  • เด็กหนุ่มนักประดิษฐ์สายลุย: ทั้ง ปาซู (Pazu) และ ฌอง (Jean) ต่างเป็นเด็กชายที่คลั่งไคล้ในเทคโนโลยี การบิน การประดิษฐ์สิ่งของ และพร้อมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องนางเอก
  • อารยธรรมโบราณที่สาบสูญ: ทั้ง “ลาปิวต้า” (เมืองลอยฟ้า) และ “แอตแลนติส” (เมืองใต้บาดาลใน Nadia) ต่างเป็นอารยธรรมล้ำยุคในอดีตที่มีพลังทำลายล้างสูง (อาวุธลำแสงบาเบลใน Nadia มีลักษณะและการทำลายล้างที่คล้ายกับแสงพิฆาตของ Laputa มาก)
  • แก๊งโจรสลัดจอมขโมยซีน: กลุ่มโจรสลัดอากาศของ แม่โดร่า (Dola gang) ใน Laputa และกลุ่มของ แกรนดิส (Grandis Gang) ใน Nadia มีบุคลิกถอดด้ามกันมาเลย คือเริ่มต้นจากการเป็นผู้ตามล่าอัญมณีของนางเอก แต่สุดท้ายพ่ายแพ้ความดีจนกลับใจมาเป็นพวกพระเอกและกลายเป็นตัวตลกชูโรงของเรื่อง

สรุปให้เข้าใจง่ายที่สุดก็คือ Laputa คือเวอร์ชันที่มิยาซากิเอาไอเดียตัวเองไปตีความใหม่เป็นหนังโรงของ Ghibli ส่วน Nadia คือการที่ Gainax เอาโครงร่างไอเดียเดิมชิ้นนั้นของมิยาซากิ ไปให้ฮิเดอากิ อันโนะ ตีความใหม่ในรูปแบบทีวีซีรีส์ นั่นเองครับ


อ่านเพิ่มเติม