ลองจินตนาการว่าคุณกำลังจะเปิดบริษัทใหม่หรือทำโปรเจกต์ใหญ่สักชิ้น ในอดีตสิ่งแรกที่ต้องทำคือการควักเงินก้อนโตเพื่อซื้อเซิร์ฟเวอร์ (Server) มาตั้ง จัดห้องแอร์ให้เย็นฉ่ำ เดินสายแลน และจ้างวิศวกรมาคอยดูแล แต่ในยุคนี้ เรามีสิ่งที่เรียกว่า IaaS (Infrastructure as a Service) ที่เข้ามาเปลี่ยนเกมนี้ไปอย่างสิ้นเชิง
IaaS คืออะไร?
IaaS หรือ Infrastructure as a Service คือบริการคลาวด์รูปแบบหนึ่งที่คุณสามารถ “เช่า” โครงสร้างพื้นฐานทางไอทีผ่านอินเทอร์เน็ตได้ ไม่ว่าจะเป็นพลังการประมวลผล (CPU/RAM), พื้นที่เก็บข้อมูล (Storage), หรือระบบเครือข่าย (Networking) โดยที่คุณไม่ต้องเป็นเจ้าของฮาร์ดแวร์จริง ๆ เลยแม้แต่ชิ้นเดียว
อธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ เปรียบเทียบกับการสร้างบ้าน
- การซื้อเซิร์ฟเวอร์เอง = คุณต้องซื้อที่ดิน ลงเสาเข็ม และตอกอิฐเอง
- IaaS = การเช่าอพาร์ตเมนต์สำเร็จรูป ที่มีโครงสร้างและระบบน้ำไฟพร้อมอยู่ คุณมีหน้าที่แค่ขนเฟอร์นิเจอร์ (ติดตั้ง OS และแอปพลิเคชัน) เข้าไปจัดวางตามใจชอบ
ส่วนประกอบหลักของ IaaS มีอะไรบ้าง?
เมื่อคุณเปิดใช้บริการ IaaS ผู้ให้บริการ (เช่น AWS, Microsoft Azure, Google Cloud) จะเตรียมสิ่งเหล่านี้ไว้ให้คุณกดสั่งการได้ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์
- Compute (เซิร์ฟเวอร์เสมือน)
รู้จักกันในชื่อ Virtual Machines (VM) คุณสามารถเลือกได้เลยว่าอยากได้คอมพิวเตอร์แรงแค่ไหน มี CPU กี่ Core หรือ RAM กี่ GB - Storage (พื้นที่เก็บข้อมูล)
มีให้เลือกหลายแบบตั้งแต่อ่านเขียนความเร็วสูง ไปจนถึงพื้นที่เก็บไฟล์สำรอง (Backup) ราคาประหยัด - Networking (ระบบเครือข่าย)
การตั้งค่า Router, Firewall, IP Address และระบบความปลอดภัย เพื่อให้เซิร์ฟเวอร์ของคุณคุยกันได้และเชื่อมต่อกับโลกภายนอกอย่างปลอดภัย
ทำไมธุรกิจยุคนี้ถึงเลือกใช้ IaaS? (ข้อดีหลัก)
- ประหยัดค่าใช้จ่ายล่วงหน้า (No Upfront Costs)
เปลี่ยนจากระบบ Pay-before (ซื้อฮาร์ดแวร์หลักแสน) เป็น Pay-as-you-go คือจ่ายตามจริงที่ใช้งานเป็นรายชั่วโมงหรือรายนาที - ยืดหดได้ตามใจชอบ (Scalability)
วันนี้ผู้ใช้งานน้อยใช้เซิร์ฟเวอร์เครื่องเล็ก วันไหนจัดแคมเปญใหญ่คนเข้าเว็บเป็นล้าน ก็สามารถกดขยาย (Scale up) เพิ่มพลังคอมพิวเตอร์ได้ภายในไม่กี่นาที พอจบงานก็กดลดขนาดลงมาเพื่อเซฟเงิน - ลดภาระการดูแลระบบ
คุณไม่ต้องสนว่าแอร์ในห้องเซิร์ฟเวอร์จะดับไหม ไฟจะตกหรือเปล่า หรือฮาร์ดดิสก์จะพังตอนตีสอง เพราะผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลกจะเป็นคนดูแลฮาร์ดแวร์เหล่านั้นให้ทั้งหมด
ใครต้องเป็นคนดูแลอะไร? (Shared Responsibility Model)
เรื่องนี้สำคัญมาก! แม้ว่าผู้ให้บริการจะเตรียมโครงสร้างพื้นฐานให้ แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะดูให้ทั้งหมด IaaS ให้สิทธิ์ขาดในการควบคุมกับคุณสูงที่สุดในบรรดาบริการคลาวด์ (เทียบกับ PaaS หรือ SaaS)
สรุปง่ายๆ
ผู้ให้บริการดูแล “ฮาร์ดแวร์และโครงสร้างด้านล่าง” ส่วนคุณต้องดูแล “ระบบปฏิบัติการ (OS) และข้อมูลด้านบน”
เช่น หากคุณเปิดใช้ VM ที่เป็น Linux หรือ Windows คุณยังมีหน้าที่ต้องคอยอัปเดต Patch ความปลอดภัย คอยลงโปรแกรม (เช่น Nginx, Databases) และดูแลเรื่องการทำ Backup หรือ Snapshot ข้อมูลของคุณเองเพื่อความปลอดภัย
สรุป: IaaS เหมาะกับใคร?
IaaS เหมาะอย่างยิ่งสำหรับ Startup ที่ต้องการความรวดเร็วในการเติบโต, นักพัฒนาซอฟต์แวร์ ที่ต้องการระบบจำลองเพื่อทดสอบงาน, หรือแม้กระทั่ง องค์กรใหญ่ ที่ต้องการย้ายระบบเดิม (Legacy System) ขึ้นไปไว้บนคลาวด์เพื่อลดค่าบำรุงรักษา
ถ้าคุณต้องการอิสระในการควบคุมระบบเหมือนมีเซิร์ฟเวอร์เป็นของตัวเอง แต่ไม่อยากปวดหัวกับงานดูแลฮาร์ดแวร์ IaaS คือคำตอบที่ดีที่สุดครับ
อ่านเพิ่มเติม