Site icon PlusMagi's Blog By Pitt Phunsanit

Git: Commit Prefix Message

การใช้ Git Commit Prefix เป็นแนวทางปฏิบัติที่ช่วยให้การทำงานร่วมกันในทีมเป็นระบบมากขึ้น ทำให้ประวัติการแก้ไข (Git History) อ่านง่าย และช่วยให้ระบบ Automate ต่างๆ เช่น การสร้าง Changelog อัตโนมัติทำงานได้อย่างแม่นยำ

บทความนี้จะสรุปมาตรฐานที่นิยมใช้ที่สุดคือ Conventional Commits ครับ


ทำไมต้องใช้ Git Prefix ?

  1. Readability: เข้าใจได้ทันทีว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเกี่ยวกับอะไร ( แก้บั๊ก, เพิ่มฟีเจอร์, หรือแค่จัดฟอร์แมต )
  2. Efficiency: ค้นหาประวัติการแก้ไขได้รวดเร็วด้วยคำสั่ง
    git log --grep
  3. Automation: สามารถใช้เครื่องมือช่วยรวบรวม Version และ Release Notes ได้อัตโนมัติ

รูปแบบมาตรฐาน ( Structure )

รูปแบบที่นิยมที่สุดประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก
type( scope ): description


ประเภทของ Prefix ( Types ) ที่พบบ่อย

Prefixการใช้งาน
featการเพิ่ม Feature ใหม่ให้กับระบบ
fixการแก้ไข Bug ต่างๆ
docsการแก้ไข Documentation ( ไฟล์ .md, คอมเมนต์ในโค้ด )
styleการปรับแก้รูปแบบโค้ด ( Whitespace, Formatting, ลืมใส่ Semicolon ) โดยไม่กระทบ Logic
refactorการแก้ไขโค้ดเพื่อให้อ่านง่ายหรือประสิทธิภาพดีขึ้น โดยไม่มีการแก้บั๊กหรือเพิ่มฟีเจอร์
perfการปรับปรุงประสิทธิภาพ ( Performance ) ของโค้ด
testการเพิ่มหรือแก้ไข Test Cases
buildการเปลี่ยนแปลงที่กระทบระบบ Build หรือ External Dependencies ( เช่น npm, composer )
ciการแก้ไขไฟล์ตั้งค่า CI Configuration ( เช่น GitHub Actions, GitLab CI )
choreงานจิปาถะอื่นๆ เช่น การอัปเดตไฟล์ .gitignore
revertการยกเลิก ( Undo ) Commit ก่อนหน้า
securitySecurity

ตัวอย่างการใช้งานจริง


ข้อแนะนำเพิ่มเติม ( Best Practices )

  1. ใช้คำกริยาที่เป็นปัจจุบัน ( Imperative mood ): เช่นใช้ add แทน added หรือ adds ให้มองว่ามันคือคำสั่งว่า “ถ้า apply commit นี้ มันจะทำอะไร”
  2. เริ่มด้วยอักษรตัวเล็ก: โดยทั่วไปนิยมใช้ตัวเล็กทั้งหมดสำหรับ Prefix
  3. กระชับแต่ได้ใจความ: ส่วน Description ไม่ควรยาวเกิน 50-72 ตัวอักษร
  4. แยกการแก้ไข: หากมีการแก้ไขหลายอย่างในคราวเดียว ควรแยกเป็นหลาย Commit เพื่อให้ใส่ Prefix ได้ถูกต้องแม่นยำ

อ่านเพิ่มเติม

Exit mobile version