การที่บอร์ดบริหารของ Apple แต่งตั้ง จอห์น เทอร์นัส (John Ternus) ขึ้นเป็น CEO โดยไม่ใช่ โจนี ไอฟ์ (Jony Ive) ทั้ง ๆ ที่เป็นมือขวาของ steve jobs มานาน เกิดจากปัจจัยสำคัญทั้งสถานะการทำงาน ความเชี่ยวชาญ และแนวทางการบริหาร ดังนี้
โจนี ไอฟ์ ลาออกจาก Apple ไปนานแล้ว
- โจนี ไอฟ์ ตัดสินใจลาออกจาก Apple ตั้งแต่ปี 2019 เพื่อไปก่อตั้งบริษัทด้านการออกแบบของตนเองชื่อ LoveFrom
- แม้หลังจากนั้นจะมีสัญญาเป็นที่ปรึกษาให้ Apple อยู่ช่วงหนึ่ง แต่สัญญาก็ดิ้นสุดลงโดยสมบูรณ์ในปี 2022 ทำให้เขาไม่ได้เป็นผู้บริหารภายในของ Apple อีกต่อไป
ความถนัดและเป้าหมายของโจนี ไอฟ์ ไม่ใช่งานบริหารองค์กร
- โจนี ไอฟ์ เป็น ดีไซเนอร์ระดับศิลปิน ที่หลงใหลในรายละเอียด งานฝีมือ รูปลักษณ์ และสุนทรียศาสตร์ของผลิตภัณฑ์
- เขาไม่เคยแสดงความสนใจในงานระดับ CEO ซึ่งต้องดูแลภาพรวมธุรกิจ ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain), การเงิน, กฎหมาย และการตอบคำถามผู้ถือหุ้น
- ในยุคที่เขาคุมการออกแบบเต็มตัว บางแนวทางถูกวิจารณ์ว่าเน้น “ความบางและความสวยงาม” มากเกินไปจนส่งผลต่อประโยชน์ใช้สอย (เช่น ปัญหาคีย์บอร์ดแบบ Butterfly หรือพอร์ตเชื่อมต่อที่ถูกตัดออกจนใช้งานลำบาก)
จอห์น เทอร์นัส ผสานทั้งงานวิศวกรรมและการออกแบบเชิงฟังก์ชัน
- สายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์
เทอร์นัสเติบโตมาจากทีม Product Design และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง Senior Vice President of Hardware Engineering เขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการแก้ปัญหาเชิงฟังก์ชันที่ผู้ใช้ชื่นชอบ เช่น การปรับดีไซน์ MacBook ยุคใหม่ให้ระบายความร้อนได้ดีขึ้น เพิ่มพอร์ต และพัฒนาสถาปัตยกรรมชิป Apple Silicon - ความต่อเนื่องภายในองค์กร
เขาทำงานกับ Apple มายาวนานตั้งแต่ปี 2001 เป็นบุคคลที่ทำงานร่วมกับทีมปฏิบัติการและวิศวกรได้อย่างราบรื่น รวมถึงได้รับการวางตัวและถ่ายทอดการบริหารงานโดยตรงจาก ทิม คุก (Tim Cook) - ความพร้อมในระยะยาว
ด้วยวัยและสไตล์การทำงาน เทอร์นัสมีความพร้อมที่จะนำองค์กรขับเคลื่อนไปข้างหน้าในระยะยาว ทั้งด้านวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ การบูรณาการ AI และการต่อยอดสายการผลิตขนาดใหญ่ของ Apple