วัน: 6 มิถุนายน 2019

สตีวี วันเดอร์ (Stevie Wonder)สตีวี วันเดอร์ (Stevie Wonder)

ในโลกของดนตรีป๊อปและโซล มีศิลปินจำนวนไม่น้อยที่ถูกขนานนามว่าเป็นตำนาน แต่ชื่อของสตีวี วันเดอร์นั้นมีความหมายเกินกว่าคำว่า ‘ไอคอน’ เขาคือปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม ผู้เป็นมากกว่านักร้อง นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์เสียอีก ด้วยการเดินทางครั้งชีวิตอันน่าทึ่ง ตั้งแต่จุดเริ่มต้นด้วยความยากลำบาก ไปจนถึงตำแหน่งที่เป็นผู้กำหนดมาตรฐานให้กับแนวดนตรีหลายแขนง ทำให้เขาได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสุดยอดอัจฉริยะแห่งวงการบันเทิงยุคศตวรรษที่ 21

จาก Motown สู่ Masterpiece แห่งเสียงโน้ต

เส้นทางการทำงานของเขานั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวของการก้าวผ่านข้อจำกัดส่วนตัว เมื่อวัยเยาว์ต้องเผชิญกับภาวะตาบอด การสูญเสียนี้ไม่ได้ทำให้แรงขับเคลื่อนในการสร้างสรรค์หยุดลง ตรงกันข้าม มันกลับกลายเป็นเชื้อเพลิงสำคัญที่ผลักดันให้สติวีได้พัฒนาประสาทสัมผัสด้านอื่น ๆ โดยเฉพาะโสตประสาท จนสามารถถ่ายทอดเมโลดีและจังหวะได้อย่างลึกซึ้งกินใจ ความสำเร็จในช่วงแรกภายใต้สังกัด Motown ได้พิสูจน์ศักยภาพระดับโลก แต่สิ่งที่แยกเขาออกจากศิลปินร่วมสมัยคนอื่นๆ คือวิวัฒนาการทางความคิดที่ไม่เคยหยุดนิ่ง.

ระบบนิเวศทางดนตรีและการหลอมรวมแนวเพลง (Genre Fusion)

หากพิจารณาอาชีพครึ่งหลังของชีวิต จะเห็นว่างานของสตีวียังคงเป็นบทเรียนชั้นเยี่ยมในเชิง ‘System Design’ ทางดนตรีอย่างแท้จริง เขาไม่ยอมถูกจำกัดอยู่แค่กรอบใดกรอบหนึ่ง แม้องค์ประกอบหลักจะมาจากโซลร็อกหรือป๊อปกระแสหลัก ทว่าเขาก็มีความเชี่ยวชาญในการผนวกองค์ประกอบจากหลากหลายแหล่งเข้ามาด้วย:

  • รากฐานแห่ง Soul: การใช้พลังเสียงดิบและความรู้สึกอันบริสุทธิ์แบบต้นฉบับ
  • อิทธิพลแอฟริกัน/แจ๊ส: ผสมผสานทำนองที่เต็มไปด้วยความอิสระและความขี้เล่นตามแบบตะวันตก-แอฟริกา
  • ความเป็นผู้สร้างสรรค์ตนเอง: ในช่วงเวลาสำคัญของการควบคุมผลงานตัวเอง ทำให้สามารถถ่ายทอดสาระและข้อคิดปรัชญาลงไปในทุกโน้ตได้อย่างชัดเจน เช่น อัลบั้ม
    Songs in the Key of Life

มิติทางศิลปะที่เป็นมากกว่าการร้องเพลง

สิ่งที่ทำให้สถานภาพของเขาเหนือกว่าคำนิยามทั่วไปคือ บทบาทด้านนักแต่งและการเป็นผู้อำนวยการฝ่ายผลิต (Producer) ด้วยตัวเขาเอง สตีวีไม่ได้เพียงแต่ส่งมอบบทเพลง แต่กำลังนำเสนอ ‘ประสบการณ์’ ที่ครบวงจร ซึ่งรวมถึงเนื้อหา คำคม และแนวทางการดำเนินชีวิตที่ดีงาม เพลย์ลิสต์หรืออัลบั้มใดๆ ของเขาสามารถถูกวิเคราะห์ว่าเป็นระบบ Feedback Loop ขนาดใหญ่ กล่าวคือดนตรีไม่ใช่แค่เพื่อฟังอย่างเดียว แต่มันกระตุ้นให้เกิดความคิด การไตร่ถามต่อสังคม หรือแม้กระทั่งแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงส่วนบุคคล