วัน: 3 มิถุนายน 2017

การก่อสร้างฐานที่พักอาศัยและการพิมพ์ 3 มิติบนดวงจันทร์ (Lunar Habitat Construction & 3D Printing): วิศวกรรมสร้างเมืองนอกโลกด้วยดินเรโกลิธการก่อสร้างฐานที่พักอาศัยและการพิมพ์ 3 มิติบนดวงจันทร์ (Lunar Habitat Construction & 3D Printing): วิศวกรรมสร้างเมืองนอกโลกด้วยดินเรโกลิธ

การส่งวัสดุก่อสร้างอย่างคอนกรีต เหล็กเส้น หรืออิฐขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวด มีต้นทุนมหาศาลจนไม่สามารถสร้างฐานทัพขนาดใหญ่บนดวงจันทร์ได้ ทางออกเดียวที่วิศวกรรมการก่อสร้างนอกโลก (Off-world Construction) ให้ความสำคัญในโครงการ Artemis คือการนำดินและฝุ่นบนดวงจันทร์มาเป็นวัตถุดิบหลัก ผ่านเทคโนโลยี การพิมพ์ 3 มิติขนาดใหญ่ (Large-Scale 3D Printing) และการเผาผนึกด้วยเลเซอร์ เพื่อสร้างโดมบังเกอร์ ลานจอดจรวด และถนนเชื่อมต่อฐานที่พักอาศัยอย่างยั่งยืน

photo-1541185933-ef5d8ed016c2?w=1200 การก่อสร้างฐานที่พักอาศัยและการพิมพ์ 3 มิติบนดวงจันทร์ (Lunar Habitat Construction & 3D Printing): วิศวกรรมสร้างเมืองนอกโลกด้วยดินเรโกลิธ
แบบจำลองสถาปัตยกรรมฐานที่พักอาศัยบนดวงจันทร์ที่พิมพ์ขึ้นรูปด้วยดินเรโกลิธ

ภัยคุกคามบนดวงจันทร์: ทำไมต้องสร้างเกราะหนาหลายเมตร?

บนพื้นผิวดวงจันทร์ไม่มีชั้นบรรยากาศหนาแน่นคอยปกป้องเหมือนบนโลก โครงสร้างที่มนุษย์จะเข้าไปอยู่อาศัยจึงต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมสุดขั้วรอบด้าน

  • อุณหภูมิที่เหวี่ยงอย่างรุนแรง
    พื้นผิวมีอุณหภูมิพุ่งสูงกว่า 120 องศาเซลเซียสในเวลากลางวัน และดิ่งลงต่ำถึง -130 องศาเซลเซียสในเวลากลางคืน (หรือ -240 องศาเซลเซียสในหลุมเงามืดถาวร) โครงสร้างจึงต้องเป็นฉนวนกันความร้อนที่ทนทานต่อการขยายและหดตัวซ้ำ ๆ
  • การพุ่งชนของอุกกาบาตขนาดจิ๋ว (Micrometeorites)
    สะเก็ดหินในอวกาศพุ่งชนพื้นผิวดวงจันทร์ด้วยความเร็วหลายหมื่นกิโลเมตรต่อชั่วโมงอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีอากาศคอยเผาไหม้ เกราะป้องกันจึงต้องมีความเหนียวและหนาแน่นพอที่จะสลายพลังงานจลน์
  • รังสีคอสมิกและอนุภาคสุริยะ
    จำเป็นต้องมีชั้นดินเรโกลิธ (Regolith) ปกคลุมทับโครงสร้างหนาอย่างน้อย 1 ถึง 3 เมตร เพื่อลดทอนระดับรังสีให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยต่อดีเอ็นเอของนักบินอวกาศตลอดการประจำการระยะยาว

https://www.youtube.com/watch?v=F_fW7B3Xf3g


วิทยาการพิมพ์ 3 มิติด้วยดินเรโกลิธ: จากผงฝุ่นสู่หินแกร่ง

วิศวกรได้พัฒนาเทคโนโลยีแปรรูปฝุ่นดินดวงจันทร์ (Lunar Regolith) ให้กลายเป็นบล็อกคอนกรีตนอกโลกโดยไม่ต้องใช้น้ำจำนวนมหาศาล

กระบวนการเผาผนึกด้วยเลเซอร์และไมโครเวฟ (Sintering)
แทนที่จะผสมปูนซีเมนต์ หุ่นยนต์แขนกลเคลื่อนที่จะยิงลำแสงเลเซอร์ความเข้มข้นสูงหรือคลื่นไมโครเวฟลงบนชั้นผงดินเรโกลิธ ความร้อนที่แตะจุดหลอมเหลวจะทำให้ขอบของอนุภาคฝุ่นซิลิกาและแร่เหล็กหลอมละลายเชื่อมเข้าหากันจนแข็งตัวเป็นเนื้อเดียว ทำซ้ำทีละชั้น (Layer-by-layer) จนขึ้นรูปเป็นกำแพงหนาได้ตามต้องการ

บริษัทอย่าง ICON ร่วมมือกับ NASA ในโครงการ Project Olympus กำลังพัฒนาเครื่องพิมพ์ 3 มิติอัตโนมัติที่สามารถติดตั้งบนตัวรถโรเวอร์ เพื่อเดินทางไปสร้างโครงสร้างพื้นฐานล่วงหน้าก่อนที่มนุษย์จะเดินทางไปถึง


สถาปัตยกรรมฐานทัพ: โดมเป่าลมคลุมด้วยเกราะหินพิมพ์ลาย

แนวคิดที่ได้รับการยอมรับสูงสุดในปัจจุบันไม่ใช่การสร้างอาคารด้วยดินพิมพ์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการผสานโครงสร้างสองระบบเข้าด้วยกัน

ชั้นโครงสร้าง วัสดุและวิธีการติดตั้ง บทบาทหน้าที่หลัก
ชั้นภายใน (Inflatable Module) โมดูลผ้าใบโพลีเมอร์พับเก็บได้ บินขึ้นไปกับจรวดแล้วเป่าลมขยายตัว ทำหน้าที่เป็นถังควบคุมความดัน รักษาบรรยากาศ 1 atm สำหรับการอยู่อาศัย
ชั้นภายนอก (3D-Printed Shell) หุ่นยนต์พิมพ์ดินเรโกลิธครอบทับโครงสร้างเป่าลมเป็นรูปโดมรังผึ้ง ป้องกันสะเก็ดอุกกาบาต กั้นรังสีอวกาศ และเป็นฉนวนรักษาอุณหภูมิคงที่
ลานจอดจรวด (Landing Pads) แผ่นหินเผาผนึกผิวเรียบ ทนความร้อนสูงจากเปลวไอพ่น ป้องกันไม่ให้แรงขับดันของเครื่องยนต์เป่าฝุ่นหินกระจายไปทำลายแผงโซลาร์เซลล์

การเปลี่ยนฝุ่นดินที่อันตรายบนดวงจันทร์ให้กลายเป็นเกราะกำแพงที่พักอาศัย คือหมุดหมายสำคัญของการสร้างอารยธรรมนอกโลก ซึ่งจะกลายเป็นพิมพ์เขียวมาตรฐานในการสร้างเมืองแห่งแรกของมนุษยชาติบนดาวอังคารในอนาคต