สำหรับการใช้แอป BetterDisplay เพื่อปิดจอ MacBook ( ขณะเปิดฝาพับไว้ ) และการตั้งค่าให้ภาพคมชัดขึ้น เปิด / ปิดจอต่าง ๆ มีขั้นตอนหลัก ๆ ที่ชาว Dev น่าจะถูกใจดังนี้ครับ
วิธีปิดจอ MacBook ( ขณะเปิดฝาเครื่อง )
ฟีเจอร์นี้เรียกว่า “Disconnect” ซึ่งจะทำให้ macOS มองไม่เห็นจอในเครื่องเลย เมาส์จะไม่หลุดเข้าไป และช่วยประหยัดทรัพยากรเครื่องครับ
- คลิกไอคอน BetterDisplay ( รูปหน้าจอ ) บน Menu Bar
- หาหัวข้อ Built-in Display
- เลือก Disconnect ( หรือ Sleep )
- โน้ต: หากต้องการให้จอติดเหมือนเดิม แค่เลื่อนเมาส์ไปคลิกเลือก “Connect” ในเมนูเดิมครับ
การทำ HiDPI ( ทำให้ตัวหนังสือคมชัด )
หากจอ External ของคุณไม่ใช่ 5K เหมือนจอ Apple บางครั้งตัวหนังสือจะดูเล็กไปหรือเบลอ BetterDisplay ช่วยแก้ตรงนี้ได้ครับ
- ในเมนู BetterDisplay เลือกจอ External ของคุณ
- หาหัวข้อ Edit System Configuration… (อาจต้องใส่ Password เครื่อง)
- ติ๊กถูกที่ “Smooth scaling ( HiDPI )”
- หลังจาก Apply และ Restart ( หรือ Log out ) คุณจะสามารถเลื่อนแถบ Resolution เพื่อปรับขนาดตัวหนังสือให้ใหญ่ขึ้นโดยที่ความคมชัดยังเป็นระดับ Retina ครับ
การตั้งค่าปุ่มคีย์บอร์ดให้คุม “แสง” จอนอก
ปกติปุ่ม Brightness บนคีย์บอร์ด Mac จะคุมได้แค่จอในเครื่อง แต่ BetterDisplay ทำให้คุมจอนอกได้ผ่านโปรโตคอล DDC ครับ
- ไปที่ Settings ( รูปฟันเฟือง ) ใน BetterDisplay
- เลือกแถบ Keyboard
- ตั้งค่าให้ปุ่ม Brightness ควบคุม “All displays” หรือ “Only External display”
เพียงเท่านี้คุณก็ไม่ต้องเอื้อมมือไปกดปุ่มที่ตัวจอ Monitor แล้วครับ
เทคนิคสำหรับสาย Dev ( Dummy Display )
ถ้าคุณต้องประชุมผ่าน Zoom/Teams หรืออัดหน้าจอสอนงาน แต่ไม่อยากแชร์หน้าจอหลักที่รก ๆ
- คุณสามารถสร้าง “Create New Dummy” ขึ้นมา
- มันจะสร้างจอเสมือนขึ้นมา 1 จอ ( ไม่มีตัวตนจริง )
- คุณสามารถลากเฉพาะหน้าต่าง Code หรือผล Preview ไปไว้ที่จอนี้ แล้วสั่ง Share Screen เฉพาะจอ Dummy นี้ได้เลยครับ
ข้อควรระวัง ( Tips )
- การหาเมาส์: บางครั้งถ้าเมาส์หาย หรือหาทางเปิดจอไม่เจอ ให้ลองกดปุ่ม Command + F1 ( Mirror Displays ) เพื่อเรียกภาพกลับมาครับ
- การระบายความร้อน: ในเมื่อคุณเปิดฝาไว้แล้ว BetterDisplay จะช่วยให้เครื่องไม่ทำงานหนักกับการ Render 2 หน้าจอพร้อมกัน ช่วยให้เครื่องเย็นลงพอสมควรขณะรัน Docker หลายๆ Container
ฟีเจอร์พื้นฐาน ( ฟรี ) กับ ฟีเจอร์ระดับโปร ( เสียเงิน )
“You can support development” ( Free Version )
ในสถานะนี้ คุณสามารถใช้งานฟีเจอร์พื้นฐานได้ตลอดไปโดยไม่ต้องจ่ายเงิน ซึ่งฟีเจอร์ที่ให้มาก็ถือว่าเพียงพอสำหรับผู้ใช้ทั่วไปแล้วครับ
- Software Dimming: ปรับแสงหน้าจอแบบซอฟต์แวร์ ( หรี่แสงโดยการถมสีดำทับ )
- Basic HiDPI: รองรับการปรับความคมชัดเบื้องต้น
- Menu Bar Control: ควบคุมการตั้งค่าจอพื้นฐานจากแถบเมนูด้านบน
- DDC Control (จำกัด): ปรับแสง / เสียงจอนอกด้วยคีย์บอร์ด ( บางรุ่นอาจใช้ได้จำกัดหรือต้องตั้งค่าเอง )
“Unlock all features” ( Pro Version )
เมื่อคุณซื้อ License ( เสียเงิน ) คุณจะได้ฟีเจอร์ที่เหมาะสำหรับ Power User หรือ Professional โดยเฉพาะ
- Native Disconnect: นี่คือฟีเจอร์ที่ “สั่งตัดการเชื่อมต่อจอใน” อย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องปิดฝาพับ ( ถ้าตัวฟรีอาจจะทำได้แค่ Sleep หรือหรี่แสง แต่ตัวโปรจะตัดสัญญาณออกไปเลย )
- Full DDC Support: ควบคุม Brightness, Contrast, Volume ของจอ External ผ่านสาย HDMI / DisplayPort / USB-C ได้ลื่นไหลเหมือนเป็นจอ Apple แท้ ๆ
- Dummy Displays (Unlimited): สร้างจอเสมือนกี่จอก็ได้ ไม่จำกัด ( ตัวฟรีอาจจะจำกัดหรือเข้าถึงฟีเจอร์ลึกๆ ไม่ได้ )
- Resolution Management: ปรับแต่งค่า Scaling และ HiDPI ได้ละเอียดกว่ามาก ( สำคัญมากถ้าใช้จอแปลก ๆ เช่น Ultrawide หรือจอ 2K )
- Picture-in-Picture ( PiP ): ส่องหน้าจออื่นในหน้าต่างเล็กๆ ได้ ( คล้ายๆ เวลาดู YouTube บนมือถือแล้วสลับแอป )
- Keyboard Shortcuts: ตั้งค่าปุ่มลัด ( Hotkey ) สำหรับสลับโหมดจอหรือปิดจอได้อิสระ
สรุป: ควรซื้อไหม ?
- ถ้าแค่ต้องการปิดไฟหน้าจอ: ตัว Free ก็พอครับ ( ใช้วิธีหรี่แสงลงสุด หรือใช้คำสั่ง Sleep ในแอป )
- ถ้าต้องการ Workflow ที่เนียนตา: เช่น อยากให้กดปุ่มบนคีย์บอร์ดแล้วคุมจอนอกได้ทันที หรืออยากสั่ง Disconnect จอในเครื่องทิ้งไปเลยเพื่อประหยัด GPU เวลาคุณรัน Docker หรือ Compile งานหนัก ๆ ตัว Pro คุ้มค่ามากครับ
Tip: ปกติ BetterDisplay จะมีช่วง Trial ( ทดลองใช้ฟรี 14 วัน ) ซึ่งจะเปิดฟีเจอร์ Pro ให้ใช้ครบทุกอย่าง ลองใช้ฟีเจอร์ “Disconnect” ดูในช่วงนี้ก่อนได้ครับ ถ้าติดใจค่อยกดซื้อครับ
อ่านเพิ่มเติม
