ในการใช้งาน Terminal ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือโปรแกรมเมอร์มือฉมัง คำสั่งแรกที่ทุกคนต้องพิมพ์จนคล่องนิ้วคือ ls ( ย่อมาจาก List ) ครับ มันคือดวงตาที่ช่วยให้เรามองเห็นไฟล์และโฟลเดอร์ในโลกของบรรทัดคำสั่ง ( Command Line ) บทความนี้จะสรุปการใช้งานตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงเทคนิคที่ช่วยให้คุณทำงานได้เร็วขึ้นครับ
การใช้งานพื้นฐาน ( The Basics )
เพียงแค่พิมพ์ ls แล้วกด Enter ระบบจะแสดงรายชื่อไฟล์และโฟลเดอร์ในตำแหน่งที่คุณอยู่ปัจจุบันออกมาเป็นแถวเรียงกันls
ออปชันยอดฮิตที่ต้องรู้ ( Common Flags )
ลำพังแค่ ls เฉย ๆ อาจจะให้ข้อมูลไม่เพียงพอ เราจึงมักจะเติม “Flag” หรือตัวเลือกเสริมเข้าไปเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดขึ้นครับ
ls -l( Long format ): แสดงรายละเอียดเชิงลึก เช่น สิทธิ์การเข้าถึง ( Permissions ), เจ้าของไฟล์ ( Owner ), ขนาดไฟล์ และวันที่แก้ไขล่าสุดls -a( All ): แสดงไฟล์ทั้งหมด รวมถึงไฟล์ที่ซ่อนอยู่ ( ไฟล์ที่ขึ้นต้นด้วยจุด.เช่น.gitignoreหรือ.env)ls -h( Human-readable ): เมื่อใช้คู่กับ-lจะช่วยแปลงหน่วยขนาดไฟล์จาก Bytes เป็น KB, MB หรือ GB ให้เราอ่านง่ายขึ้นls -t( Time ): เรียงลำดับไฟล์ตามเวลาที่แก้ไขล่าสุด ( ไฟล์ใหม่สุดจะอยู่ด้านบน )
Pro Tip: คุณสามารถรวม Flag เข้าด้วยกันได้ เช่น ls -lah เพื่อดูไฟล์ทั้งหมดแบบละเอียดในหน่วยที่อ่านง่าย
การอ่านผลลัพธ์จาก ls -l
เมื่อคุณพิมพ์ ls -l คุณจะเห็นแถวข้อมูลยาวๆ ซึ่งแต่ละส่วนมีความหมายดังนี้
- Permissions (
-rw-r--r--): บอกว่าใครทำอะไรกับไฟล์นี้ได้บ้าง ( Read / Write / Execute ) - Links: จำนวน Link ที่เชื่อมมายังไฟล์นี้
- Owner: ชื่อผู้ที่เป็นเจ้าของไฟล์
- Group: กลุ่มของผู้ใช้งานที่มีสิทธิ์จัดการไฟล์
- Size: ขนาดของไฟล์
- Date / Time: วันเวลาที่แก้ไขล่าสุด
- Name: ชื่อไฟล์หรือโฟลเดอร์
เทคนิคการใช้งานขั้นสูง
นอกจากดูในโฟลเดอร์ปัจจุบันแล้ว ls ยังทำอะไรได้มากกว่านั้น
- ดูไฟล์ในโฟลเดอร์อื่นโดยไม่ต้องย้ายที่
ls /Users/Documents/Projects - ใช้ Wildcards (
*) เพื่อกรองไฟล์: เช่น อยากดูเฉพาะไฟล์รูปภาพนามสกุล .pngls *.png - แยกสีให้ดูง่าย ( สำหรับบางระบบ )
- Linux
ls --color - Mac ( แสดงสีแยกไฟล์และโฟลเดอร์ )
ls -G
- Linux
อ่านเพิ่มเติม
