PlusMagi's Blog By Pitt Phunsanit Finance วิธีหาค่า IRR ด้วย Excel / Google Sheets

วิธีหาค่า IRR ด้วย Excel / Google Sheets

วิธีหาค่า IRR ด้วย Excel / Google Sheets สำหรับนักวิเคราะห์การเงิน

ในโลกของการลงทุนและการประเมินโครงการทางการเงิน การทราบว่าอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงของแหล่งทุนใดๆ คือเท่าไหร่ถือเป็นหัวใจสำคัญ แนวคิดหลักที่เราจะใช้ในการคำนวณคือ Internal Rate of Return หรือ IRR ซึ่งเป็นการวัดประสิทธิภาพและความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ได้อย่างแม่นยำ บทความนี้ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้งานระบบ Spreadsheet อย่าง Microsoft Excel และ Google Sheet โดยเฉพาะ เพื่อแนะนำขั้นตอนอย่างละเอียด ตั้งแต่แนวคิดพื้นฐานไปจนถึงสูตรสำเร็จรูป

IRR คืออะไร? ความหมายเชิงลึก

Internal Rate of Return (IRR) ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลข แต่เป็น ‘อัตราส่วนลด’ (Discount Rate) ที่เหมาะสมที่สุดซึ่งทำให้มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value: NPV) ของกระแสเงินสดทั้งหมดจากโปรเจกต์นั้นมีค่าน้อยกว่าศูนย์พอดี กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ มันช่วยบอกเราได้ว่า โครงการหรือสินทรัพย์ชิ้นนี้น่าจะมีผลตอบแทนต่อปีโดยเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละเท่าไร เมื่อเทียบกับต้นทุนเริ่มต้นของเรา
💡 หลักการง่าย ๆ: ถ้า IRRs สูง ก็แปลว่าโครงการมีความน่าสนใจและให้ผลกำไรสูงตามทฤษฎีทางการเงินครับ/ค่ะ.

องค์ประกอบที่ต้องรู้ก่อนคำนวณ

  • Initial Investment ($CF_0$): เป็นจำนวนเงินลงทุนเริ่มแรก ซึ่งมักจะเป็นค่าติดลบ
  • Cash Flow Inflows / Outflows ($ ext{CFI}$): กระแสรายรับหรือรายจ่ายที่จะเกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลาถัดไป โดยจะถูกป้อนข้อมูลเรียงกันอย่างต่อเนื่องจนจบอายุของโครงการ.

ขั้นตอนปฏิบัติในการใช้สูตร IRR

ไม่ว่าจะใช้งาน Excel หรือ Google Sheets ขั้นตอนหลักของการหาค่านี้ด้วยฟังก์ชันสำเร็จรูป (Built-in Function) จะคล้ายคลึงกันมาก ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้าน Data Analysis สามารถนำเครื่องมือเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้อีกหลายรูปแบบ

  1. จัดโครงสร้างกระแสเงินสด: ให้กำหนดคอลัมน์สำหรับปีที่ 0, ปีที่ 1, ไปเรื่อยๆ จนถึงสิ้นสุดโปรเจกต์ จากนั้นใส่ตัวเลขการไหลเข้าออกทั้งหมดลงในแถวนั้น ๆ
    (แนะนำให้ $CF_0$ อยู่ช่องซ้ายที่สุด และเป็นค่าติดลบเสมอเพื่อแสดงต้นทุนเริ่มต้น.)
  2. ระบุตำแหน่งสูตร: เลือกเซลล์ว่างเปล่าที่คุณต้องการให้อัตราผลตอบแทนปรากฏขึ้นมา ซึ่งโดยทั่วไปควรอยู่หลังชุดข้อมูลทางการเงินของคุณพอสมควร เพื่อความชัดเจนทางสายตา
  3. เรียกใช้คำสั่ง IRR(): ป้อนโค้ดคำสั่งตามไวยากรณ์มาตรฐาน โดยอ้างอิงช่วงของ Cell ที่มี Cash Flow ทั้งหมดตั้งแต่แรกจนจบโครงการ ตัวอย่างเช่น หากคุณป้อน CF ตั้งแต่ A2 ถึง A7 สูตรจะเป็นดังนี้:
    =IRR(A2:A7)

ข้อพิจารณาขั้นสูงและแนวปฏิบัติที่ดี

นักวิเคราะห์มืออาชีพควรรู้ว่าฟังก์ชัน $ ext{IRR}$ มีขีดจำกัดในการใช้งานบางกรณี ดังนั้น ควรตรวจสอบสิ่งเหล่านี้เพิ่มเติม:

  • สัญญาณเตือนกระแสเงินสดที่ไม่ปกติ (Nonconventional cash flows): โครงการที่มีรูปแบบรายรับจ่ายที่เปลี่ยนเครื่องหมายมากกว่าหนึ่งครั้ง อาจทำให้เกิด IRRs ได้หลายค่า หรือแม้กระทั่งไม่มี Solution ทางคณิตศาสตร์ให้หาได้ การทำกราฟแสดง CFO จะช่วยยืนยันปัญหาดังกล่าว.
  • เปรียบเทียบกับ NPV และ WACC: อย่าลืมนำอัตราคิดลดที่คุณคาดหวัง (Discount Rate/WACC) มาทำการทดสอบร่วมกับการคำนวณ $NPV$ เสมอ เพื่อความมั่นใจในผลสรุปทางการลงทุนของคุณ ซึ่งเป็นมาตรวัดหลักอีกตัวสำหรับ Project Appraisal ที่เชื่อถือกว่า IRR ในสถานการณ์ซับซ้อน