PlusMagi's Blog By Pitt Phunsanit Technology Hard Drive Enclosure ทำ raid

Hard Drive Enclosure ทำ raid

Hard Drive Enclosure สามารถทำ raid ได้ แต่อยู่ประเภทของ Enclosure และ จำนวนช่องใส่ไดรฟ์ (Bays) โดยการทำ RAID บน Hard Drive Enclosure แบ่งออกเป็น 2 วิธีหลัก


Hardware RAID (Enclosure รองรับในตัว)

กล่อง Enclosure แบบหลายช่อง (Multi-bay ตั้งแต่ 2 ช่องขึ้นไป) หลายรุ่นจะมีชิปเซ็ตประมวลผล RAID Controller มาให้ในตัว

  • วิธีตั้งค่า
    มักใช้วิธีสับสวิตช์ DIP Switch ด้านหลังกล่อง หรือตั้งค่าผ่านซอฟต์แวร์แถมของแบรนด์ (เช่น Orico, TerraMaster, QNAP DAS, Yottamaster) แล้วกดปุ่ม Reset เพื่อสร้าง RAID
  • รูปแบบที่พบบ่อย
    • 2-Bay
      รองรับ RAID 0 (เน้นความเร็ว/รวมความจุ), RAID 1 (เน้นความปลอดภัย/สำรองข้อมูลเท่ากัน), JBOD (แยกมองเห็นทีละลูก)
    • 4-Bay หรือ 5-Bay
      บางรุ่นจะรองรับ RAID 5, RAID 10 ได้ด้วย
  • ข้อดี
    ไม่กินทรัพยากร CPU ของคอมพิวเตอร์ และเมื่อนำไปเสียบกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น เครื่องจะมองเห็นเป็นก้อนไดรฟ์เดียวตาม RAID ที่ตั้งไว้ทันที
  • ข้อควรระวัง
    หากตัวกล่องเสีย ชิปคอนโทรลเลอร์พัง การกู้ข้อมูลจำเป็นต้องหากล่องที่ใช้ชิปเซ็ตเดียวกันหรือรุ่นเดียวกันมาอ่านข้อมูล

Software RAID (ตั้งค่าผ่านระบบปฏิบัติการ)

หากตัว Enclosure เป็นแบบธรรมดา (ไม่มีชิป Hardware RAID ในตัว แต่เป็นแบบมองเห็นไดรฟ์แยกลูกอิสระ หรือ JBOD) คุณสามารถใช้ระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์รวมไดรฟ์เป็น RAID ได้เอง

  • บน Windows
    ใช้ฟีเจอร์ Storage Spaces (หรือ Disk Management) ในการรวมไดรฟ์เป็น Simple (RAID 0), Two-way mirror (RAID 1) หรือ Parity (คล้าย RAID 5)
  • บน macOS
    ใช้ฟังก์ชัน RAID Assistant ในแอป Disk Utility สร้าง Striped (RAID 0), Mirrored (RAID 1) หรือ Concatenated disk
  • บน Linux
    ใช้เครื่องมืออย่าง mdadm หรือใช้ระบบไฟล์ ZFS / Btrfs ในการบริหารจัดการพูลไดรฟ์
  • ข้อดี
    ไม่ผูกติดกับชิปเซ็ตของกล่อง หากกล่องพังสามารถนำฮาร์ดดิสก์ไปเสียบกล่องอื่นหรือต่อเข้าคอมพิวเตอร์โดยตรงแล้วอ่านข้อมูลต่อได้
  • ข้อควรระวัง
    สิ้นเปลืองพลังประมวลผลของคอมพิวเตอร์เล็กน้อย และการเชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB ต้องเสถียร หากสายหลุดหรือไฟตกอาจทำให้ Software RAID เสียหาย (Degraded) ได้ง่ายกว่า

ข้อสรุปและข้อควรพิจารณา

  • กล่อง 1 ช่อง (Single-bay)
    ทำไม่ได้ด้วยตัวมันเอง (ยกเว้นนำหลายกล่องมารวมผ่าน Software RAID ซึ่งไม่แนะนำเพราะเสี่ยงต่อสายหลุด)
  • แบนด์วิดท์ของพอร์ตเชื่อมต่อ
    หากต้องการทำ RAID 0 เพื่อความเร็วสูง ควรมองหากล่องที่เชื่อมต่อผ่าน USB 3.2 Gen 2 (10Gbps) หรือ Thunderbolt 3/4 เพื่อไม่ให้พอร์ตกลายเป็นคอขวด