PlusMagi's Blog By Pitt Phunsanit Technology แนวคิดการออกแบบของสำนักเบาเฮาส์กับหลักการ 10 ข้อของ Dieter Rams

แนวคิดการออกแบบของสำนักเบาเฮาส์กับหลักการ 10 ข้อของ Dieter Rams

แนวคิดของ สำนักเบาเฮาส์ (Bauhaus) และ หลักการ 10 ข้อของ ดีเทอร์ รามส์ (Dieter Rams’ 10 Principles for Good Design) มีสายสัมพันธ์ทางปรัชญาที่สืบทอดต่อกันโดยตรง โดยมี สำนักออกแบบอุล์ม (Ulm School of Design) เป็นสะพานเชื่อมสำคัญที่ดีเทอร์ รามส์ นำเอาอุดมคติโมเดิร์นนิสม์ของเบาเฮาส์มาขัดเกลาและยกระดับสู่บริบทของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้ายุคหลังสงครามโลก

จุดร่วมที่สืบทอดกันและความแตกต่างเชิงวิวัฒนาการของทั้งสองแนวคิด สรุปได้ดังนี้


จุดเชื่อมโยงและวิวัฒนาการทางแนวคิด

  1. จาก “Form Follows Function” สู่ “Weniger, aber besser (Less, but better)”
    • Bauhaus
      เน้นการตัดเครื่องประดับรกรุงรัง (Ornamentation) เพื่อให้รูปทรงสะท้อนกลไกและหน้าที่การทำงานโดยตรง
    • Dieter Rams
      ขยายความต่อว่า การตัดทอนไม่ใช่แค่เรื่องรูปทรง แต่คือการลดทอนความยุ่งเหยิงทางจิตใจของผู้ใช้ ดีไซน์ที่ดีต้องไม่เรียกร้องความสนใจ (Unobtrusive) และตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกจนเหลือแก่นแท้
  2. จาก “Art and Technology – A New Unity” สู่ “Innovative & Long-lasting”
    • Bauhaus
      เริ่มต้นจากการพยายามผสานงานศิลปะและงานช่างฝีมือเข้ากับการผลิตเชิงอุตสาหกรรม (Mass Production) โดยการทดลองวัสดุใหม่ในยุคนั้น เช่น ท่อเหล็กกล้าและกระจก
    • Dieter Rams
      มองเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนนวัตกรรมการออกแบบเสมอ (Good design is innovative) แต่ต้องมาพร้อมกับความเหนือกาลเวลา (Long-lasting) ไม่วิ่งตามกระแสนิยมแบบฉาบฉวย
  3. Truth to Materials สู่ Honest Design
    • ทั้งสองฝั่งยึดหลักเดียวกันคือ ความซื่อสัตย์ของวัสดุ (Honesty) การไม่พรางตา ไม่ทำพลาสติกให้ดูเหมือนไม้ ไม่ทำโลหะให้ดูเหมือนหิน และไม่หลอกลวงผู้บริโภคด้วยฟังก์ชันที่ไม่มีอยู่จริง

ตารางเปรียบเทียบหมวดหมู่ต่อหมวดหมู่

มิติการเปรียบเทียบ สำนักเบาเฮาส์ (Bauhaus: 1919–1933) ดีเทอร์ รามส์ (Dieter Rams: ยุค Braun 1950s–1980s)
สโลแกนหลัก Form follows function / Art and Technology: A New Unity Weniger, aber besser (Less, but better)
บริบทและเป้าหมาย ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม เพื่อสร้างมาตรฐานสิ่งของและที่อยู่อาศัยที่ราคาเข้าถึงได้หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 การออกแบบผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ระดับพรีเมียมในระบบตลาดเสรีที่ต้องแข่งขันจริง
ความสัมพันธ์กับผู้ใช้ เน้นสรีรศาสตร์และกายภาพ (Ergonomics) และการใช้งานขั้นพื้นฐาน เน้นการสื่อสารและความเข้าใจง่าย (Makes a product understandable / Self-explanatory)
มิติด้านสุนทรียศาสตร์ ทดลองรูปทรงเรขาคณิตบริสุทธิ์ (วงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม) และแม่สี เรียบเฉย สุขุม เป็นกลาง ไร้กาลเวลา (Aesthetic yet unobtrusive)
ความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับระบบนิเวศ (มุ่งเน้นการผลิตซ้ำทางอุตสาหกรรม) กำหนดเป็นข้อบังคับชัดเจน (Good design is environmentally-friendly) ต่อต้านวัฒนธรรมทิ้งขว้าง

การจับคู่หลักการ 10 ข้อของ Dieter Rams กับรากฐานของ Bauhaus

  • Good design is innovative
    สืบทอดจากการทดลองวัสดุใหม่ของเบาเฮาส์ (เช่น เก้าอี้ท่อเหล็กของ Marcel Breuer) แต่รามส์เน้นว่านวัตกรรมต้องพัฒนาควบคู่ไปกับเทคโนโลยี ไม่ใช่นวัตกรรมเพื่อความแปลกใหม่เพียงอย่างเดียว
  • Good design makes a product useful & understandable
    ตรงกับหัวใจเรื่อง Functionalism ของเบาเฮาส์ โดยรามส์เน้นเพิ่มความชัดเจนในการสื่อสาร (Affordance) เช่น ปุ่มเปิด-ปิด หรือปุ่มหมุนต้องบอกวิธีใช้ในตัวเองโดยแทบไม่ต้องอ่านคู่มือ
  • Good design is aesthetic & unobtrusive
    เบาเฮาส์ทลายเส้นสายลวดลายวิจิตรเพื่อให้งานสะอาดตา ส่วนรามส์มองว่าผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ควรทำหน้าที่เสมือน “เครื่องมือ” หรือฉากหลัง ไม่ใช่ประติมากรรมที่แย่งพื้นที่สายตา
  • Good design is honest
    สืบทอดโดยตรงจากหลัก Truth to Materials ของเบาเฮาส์ ไม่แต่งเติมรูปทรงเพื่อหลอกให้ดูทรงพลังหรือหรูหราเกินจริง
  • Good design is long-lasting & environmentally-friendly
    นี่คือจุดที่รามส์ก้าวล้ำไปกว่าเบาเฮาส์อย่างชัดเจน โดยมองเห็นปัญหาขยะอุตสาหกรรมและอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ จึงเรียกร้องการออกแบบที่คงทนทั้งโครงสร้างและรสนิยม เพื่อลดการบริโภคเกินจำเป็น
  • Good design is thorough down to the last detail
    สืบทอดความประณีตจากหลักช่างฝีมือ (Craftsmanship) ของเบาเฮาส์ ที่ว่าความแม่นยำและความใส่ใจในรายละเอียดคือการเคารพผู้ใช้งาน
  • Good design is as little design as possible
    การตกผลึกขั้นสูงสุดของแนวคิดมินิมอลลิสม์ นำสิ่งที่เบาเฮาส์ริเริ่มมาทำให้บริสุทธิ์ที่สุด

แนวคิดของทั้งสองไม่ใช่ขั้วตรงข้าม แต่คือ ต้นธารและผลลัพธ์ที่สุกงอม เบาเฮาส์คือผู้เริ่มจุดประกายการทลายกรอบประเพณีนิยมเพื่อเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม ส่วนดีเทอร์ รามส์ คือผู้จัดระเบียบและกลั่นกรองอุดมคตินั้นให้กลายเป็นระบบปรัชญาที่จับต้องได้ ซึ่งต่อมากลายเป็นแรงบันดาลใจหลักให้กับงานออกแบบของ Apple (โดย Jony Ive) และระเบียบวิธีคิดในวงการ Modern UI/UX ในปัจจุบัน