PlusMagi's Blog By Pitt Phunsanit Technology เจาะลึกกฎหมาย PACT Act ของสหรัฐฯ: การปลดล็อกสิทธิประโยชน์ประวัติศาสตร์เพื่อทหารผ่านศึกในไทย

เจาะลึกกฎหมาย PACT Act ของสหรัฐฯ: การปลดล็อกสิทธิประโยชน์ประวัติศาสตร์เพื่อทหารผ่านศึกในไทย

กฎหมาย PACT Act (ชื่อเต็ม: Sergeant First Class Heath Robinson Honoring our Promise to Address Comprehensive Toxics Act of 2022) เป็นกฎหมายประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาที่ลงนามบังคับใช้โดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน เมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2022 กฎหมายฉบับนี้นับเป็นการขยายสิทธิประโยชน์และงบประมาณการดูแลสุขภาพครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสิบปีของกระทรวงทหารผ่านศึกสหรัฐฯ (VA) และสำหรับทหารผ่านศึกที่เคยประจำการในประเทศไทย กฎหมายนี้ถือเป็น จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุด ในการต่อสู้เรียกร้องสิทธิ์ที่ยาวนานเกือบครึ่งศตวรรษ

photo-1541872703-74c5e44368f9?w=1200 เจาะลึกกฎหมาย PACT Act ของสหรัฐฯ: การปลดล็อกสิทธิประโยชน์ประวัติศาสตร์เพื่อทหารผ่านศึกในไทย
การผ่านกฎหมาย PACT Act เพื่อปลดล็อกสิทธิประโยชน์และค่าชดเชยแก่ทหารผ่านศึกที่สัมผัสสารพิษ

ปัญหาเดิมก่อนมี PACT Act: กำแพงเอกสารที่แทบผ่านไม่ได้

ก่อนปี 2022 ทหารอเมริกันที่เคยประจำการในประเทศไทยช่วงสงครามเวียดนามต้องเผชิญกับเงื่อนไขทางราชการที่เข้มงวดและไม่เป็นธรรมอย่างยิ่งในการขอรับการรักษาพยาบาลจากสารฝนเหลือง (Agent Orange)

  • กฎเกณฑ์แนวรั้วอันเข้มงวด (Perimeter Rule)
    ทาง VA ยอมรับเฉพาะทหารที่ปฏิบัติหน้าที่จำเพาะ เช่น สารวัตรทหาร (Security Police) ผู้ดูแลสุนัขทหาร (K-9 Handlers) หรือช่างซ่อมบำรุงที่ต้องประจำการตาม “แนวรั้วรอบฐานทัพ” เท่านั้น
  • ภาระการพิสูจน์ที่ตกอยู่กับผู้ป่วย (Burden of Proof)
    ทหารผ่านศึกต้องค้นหาเอกสารราชการหรือบันทึกภารกิจย้อนหลัง 40–50 ปีมายืนยันว่าตนเองเคยเดินผ่านหรือทำงานใกล้แนวรั้ว ซึ่งในความเป็นจริง เอกสารส่วนใหญ่สูญหาย ผุพัง หรือไม่เคยมีการบันทึกไว้อย่างละเอียด ส่งผลให้คำร้องส่วนใหญ่ถูกปฏิเสธ (Denial)

https://www.youtube.com/watch?v=F_fW7B3Xf3g


สิ่งที่ PACT Act เปลี่ยนแปลงเพื่อทหารในไทย

กฎหมาย PACT Act ได้รื้อถอนอุปสรรคเหล่านี้ออกทั้งหมด โดยการนำหลักการ ข้อสันนิษฐานทางกฎหมายว่าได้รับสารพิษโดยอัตโนมัติ (Presumption of Exposure) มาบังคับใช้

การยกเลิกกฎแนวรั้วและขยายพื้นที่ทั่วราชอาณาจักรไทย
ยกเลิกกฎเรื่องแนวรั้วทิ้งไป และให้ครอบคลุมทหารทุกคนที่เคยประจำการในทุกฐานทัพของกองทัพสหรัฐฯ หรือกองทัพไทย (เช่น โคราช, อุบล, อุดร, นครพนม, ตาคลี, อู่ตะเภา, ดอนเมือง และสถานีทดลองอื่น ๆ ) ในช่วงระหว่างวันที่ 9 มกราคม 1962 ถึง 7 พฤษภาคม 1975 โดยไม่ต้องหาหลักฐานมาพิสูจน์การสัมผัสสารเคมีอีกต่อไป หากป่วยเป็นโรคในบัญชี ให้ถือว่าเกิดจากสารเคมีทางทหารทันที


กลุ่มโรคที่ได้รับการคุ้มครอง (Presumptive Conditions)

หากเข้าเกณฑ์ตามกรอบเวลาและสถานที่ ทหารผ่านศึกจะได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลฟรีตลอดชีวิต พร้อมเงินบำนาญชดเชยความพิการรายเดือน (Disability Compensation) โดยครอบคลุมโรคสำคัญต่าง ๆ ดังนี้

หมวดหมู่โรครายชื่อโรคที่ครอบคลุมตามกฎหมายสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ
โรคมะเร็งมะเร็งต่อมน้ำเหลือง, มะเร็งเนื้อเยื่ออ่อน (Soft Tissue Sarcoma), มะเร็งเม็ดเลือดขาว, มะเร็งต่อมลูกหมาก, มะเร็งปอดและหลอดลม, มะเร็งกระเพาะปัสสาวะการรักษาพยาบาลฟรีเต็มรูปแบบ และเงินชดเชยรายเดือนตามระดับความรุนแรงของโรค
โรคเรื้อรังและระบบประสาทโรคเบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 Diabetes), โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease), โรคหัวใจขาดเลือด, โรคเส้นประสาทส่วนปลายอักเสบ, โรคผิวหนังคลอแรคนี (Chloracne)การฟื้นฟูสมรรถภาพ การสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ และเงินสงเคราะห์การดำรงชีพ
สิทธิประโยชน์แก่ครอบครัวคุ้มครองไปถึงคู่สมรส ม่าย และทายาทตามกฎหมายสามารถยื่นขอรับเงินบำนาญทดแทนรายเดือน (DIC) ย้อนหลังในกรณีที่ทหารเสียชีวิตจากโรคเหล่านี้

ความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์และมาตรฐานใหม่ของสงคราม

การผ่านกฎหมาย PACT Act ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่เรื่องงบประมาณหรือการจ่ายเงินชดเชย แต่มีคุณค่าเชิงสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง:

  • การยอมรับความจริงอย่างเป็นทางการ
    ถือเป็นการยอมรับอย่างเป็นทางการของรัฐบาลและสภาคองเกรสสหรัฐฯ ว่า มีการนำสารเคมีอันตรายอย่างฝนเหลืองเข้ามาใช้งาน จัดเก็บ และทดลองในประเทศไทยจริงในระดับที่มีผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพของมนุษย์
  • การปลดเปลื้องภาระของทหารผ่านศึกสูงอายุ
    ช่วยให้ทหารผ่านศึกสูงอายุจำนวนมากที่ต้องทนทุกข์และแบกรับค่ารักษาพยาบาลโรคมะเร็งและเบาหวานมาตลอดชีวิต ได้รับการดูแลอย่างสมเกียรติในบั้นปลาย
  • การสร้างบรรทัดฐานใหม่สำหรับสงครามยุคใหม่
    กฎหมายนี้ยังครอบคลุมไปถึงทหารผ่านศึกในสงครามอ่าวเปอร์เซีย สงครามอัฟกานิสถาน และอิรัก ที่เจ็บป่วยจากควันหลุมเผาขยะสารเคมี (Toxic Burn Pits) ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน ตอกย้ำพันธสัญญาของชาติที่จะไม่ทอดทิ้งผู้รับใช้ชาติไว้ข้างหลัง

PACT Act จึงเป็นหมุดหมายแห่งความยุติธรรมที่ปิดฉากการต่อสู้อันยาวนานเกือบ 50 ปี และคืนศักดิ์ศรีให้แก่ทหารผ่านศึกที่ต้องเผชิญกับภัยเงียบของสารเคมีสงครามได้อย่างแท้จริง