อนุสรณ์สถานสัตว์ในสงคราม (Animals in War Memorial) ตั้งอยู่ริมถนน Park Lane บริเวณหัวมุมสวนสาธารณะไฮด์ปาร์ก (Hyde Park) ใจกลางกรุงลอนดอน เป็นอนุสรณ์สถานแห่งชาติของสหราชอาณาจักรที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่สัตว์ทุกสายพันธุ์ที่รับใช้ ทนทุกข์ทรมาน และสละชีวิตเคียงข้างกองทัพอังกฤษและพันธมิตรเครือจักรภพตลอดช่วงศตวรรษที่ 20 เพื่อเตือนใจมนุษย์ถึงบทบาทอันเงียบงันของสิ่งมีชีวิตที่ถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งของมนุษย์
จุดเริ่มต้นและประวัติการก่อสร้าง: พลังศรัทธาจากภาคประชาชน
จุดประกายของการสร้างอนุสรณ์สถานแห่งนี้เริ่มต้นจากหนังสือประวัติศาสตร์ชื่อ Animals in War (ค.ศ. 1983) ของ จิลลี คูเปอร์ (Jilly Cooper) ซึ่งถ่ายทอดบทบาทอันน่าทึ่งและชะตากรรมอันน่าสะเทือนใจของสัตว์ในสงคราม จนทำให้เกิดกระแสเรียกร้องจากสาธารณชนในสหราชอาณาจักร:
- การระดมทุนภาคประชาชนล้วน ๆ
โครงการนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณภาษีของรัฐบาลแม้แต่เพนนีเดียว แต่ขับเคลื่อนผ่านกองทุนการกุศล (Animals in War Memorial Fund) โดยระดมทุนจากประชาชนและองค์กรพิทักษ์สัตว์ได้ราว 1.4 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง - พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ (ค.ศ. 2004)
มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ. 2004 โดยเจ้าหญิงแอนน์ (The Princess Royal) เสด็จฯ เป็นประธานในพิธี
https://www.youtube.com/watch?v=F_fW7B3Xf3g
สถาปัตยกรรมเชิงสัญลักษณ์: การเดินทางจากสมรภูมิสู่ดินแดนแห่งความสงบ
ผลงานการออกแบบประติมากรรมหินปูนและบรอนซ์โดยประติมากร เดวิด แบ็กเฮาส์ (David Backhouse) ถูกจัดวางให้ร้อยเรียงเรื่องราวผ่าน 3 พื้นที่เชิงสัญลักษณ์:
| องค์ประกอบสถาปัตยกรรม | รูปแบบประติมากรรมและวัสดุ | นัยสำคัญเชิงสัญลักษณ์ |
|---|---|---|
| กำแพงสงครามและการต่อสู้ (The Arena of War) | กำแพงหินปูนพอร์ตแลนด์ (Portland Stone) รูปครึ่งวงกลม สลักภาพนูนต่ำของช้าง ล่อ อูฐ สุนัข และนกพิราบนับสิบตัว พร้อมรูปหล่อบรอนซ์ของ ล่อ 2 ตัว (Two Mules) แบกสัมภาระหนักอึ้งเดินขึ้นบันไดชัน | สะท้อนความเหนื่อยล้า ความทนทุกข์ และภาระอันหนักหน่วงที่สัตว์ต้องแบกรับขณะถูกผลักดันเข้าสู่แนวหน้าของสนามรบ |
| ช่องแคบแห่งสมรภูมิ (The Breach) | รอยแยกตรงกึ่งกลางของกำแพงหินปูน | เปรียบเสมือนแนวรบ ปากคูเพลาะ หรือปากเหวแห่งอันตรายที่สัตว์ต้องเดินผ่านเข้าไปเสี่ยงชีวิต |
| สวนแห่งความสงบสุขหลังความตาย (The Garden of Peace) | ลานด้านหลังกำแพง ประดิษฐานรูปหล่อบรอนซ์ของ ม้า 1 ตัว และสุนัข 1 ตัว ยืนอย่างเป็นอิสระปราศจากบังเหียน หันหน้ามองย้อนกลับมายังกำแพง | สื่อถึงดวงวิญญาณของสัตว์ที่ได้หลุดพ้นจากความเจ็บปวด สัมผัสถึงอิสรภาพ และก้าวเข้าสู่การพักผ่อนชั่วนิรันดร์ |
ข้อความจารึกที่สะเทือนใจที่สุด: “THEY HAD NO CHOICE”
ข้อความที่สลักลงบนกำแพงหินปูนแบ่งออกเป็นสองส่วน โดยเฉพาะประโยคสั้น ๆ สี่คำที่กลายเป็นหนึ่งในถ้อยคำจารึกที่ทรงพลังที่สุดในโลก:
ข้อความจารึกด้านหน้า (Dedicated Inscription)
“This monument is dedicated to all the animals that served and died alongside British and allied forces in wars and campaigns throughout time.”
(อนุสรณ์สถานแห่งนี้ อุทิศแด่สัตว์ทุกตัวที่รับใช้และสละชีวิตเคียงข้างกองทัพอังกฤษและพันธมิตร ในสงครามและการทัพตลอดทุกยุคสมัย)“THEY HAD NO CHOICE”
(พวกมัน… ไม่มีทางเลือก)
ถ้อยคำสี่คำนี้ทำหน้าที่เตือนสติมนุษย์อย่างเจ็บปวดว่า มนุษย์อาจมีอุดมการณ์ มีทางเลือก หรือเป็นผู้ตัดสินใจก่อสงครามขึ้นมาเอง แต่สัตว์นับล้านตัวกลับถูกเกณฑ์ ถูกล่ามโซ่ และถูกนำพาเข้าสู่ดงกระสุนโดยที่พวกมันไม่เคยเข้าใจและไม่เคยมีสิทธิ์เลือกชะตากรรมของตนเองแม้แต่น้อย
ตัวเลขทางประวัติศาสตร์และเหรียญกล้าหาญสำหรับสัตว์ (Dickin Medal)
ด้านหลังของกำแพงหินได้บันทึกตัวเลขความสูญเสียในสงครามยุคศตวรรษที่ 20 เพื่อให้ผู้มาเยือนได้ตระหนักถึงขนาดของผลกระทบ:
- ม้า ล่อ และลา
ม้ากว่า 8 ล้านตัวต้องล้มตายในสงครามโลกครั้งที่ 1 ขณะที่ล่อและลาหลายแสนตัวต้องแบกกระสุนปืนใหญ่ข้ามภูเขาโคลนจนหมดแรงตาย - นกพิราบสื่อสารและสุนัขทหาร
นกพิราบสื่อสารถูกใช้งานมากกว่า 200,000 ตัวเพื่อบินฝ่าดงกระสุนส่งพิกัดช่วยชีวิตทหาร ขณะที่สุนัขทหารทำหน้าที่เฝ้าระวังภัย ตรวจจับกับระเบิด และส่งเวชภัณฑ์ - สัญลักษณ์เหรียญ PDSA Dickin Medal
บริเวณอนุสรณ์สถานยังมีสัญลักษณ์จำลองของเหรียญ Dickin Medal ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1943 โดย มาเรีย ดิคกิน (Maria Dickin) ผู้ก่อตั้งองค์กรการกุศลสัตว์ PDSA เหรียญนี้ได้รับการยกย่องให้เป็น “เหรียญ Victoria Cross สำหรับสัตว์” เพื่อมอบให้แก่สัตว์ที่แสดงความกล้าหาญขั้นสูงสุดในการปฏิบัติหน้าที่ทางทหาร