อักษรภาพ( Logograph / Pictogram ) คือจุดเริ่มต้นของอารยธรรมการเขียนของมนุษย์ โดยเป็นการใช้รูปภาพแทนคำศัพท์ วัตถุ หรือแนวคิดต่าง ๆ แทนการใช้ตัวอักษรที่แทนเสียงสะกดแบบในปัจจุบันครับ
นี่คือสรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับอักษรภาพที่คุณควรรู้
จุดกำเนิดและความสำคัญ
มนุษย์ในสมัยโบราณเริ่มบันทึกเรื่องราวผ่านรูปภาพบนผนังถ้ำ ก่อนจะพัฒนามาเป็นระบบการเขียนเพื่อใช้ในการทำบัญชีการค้า การจดบันทึกทางศาสนา และกฎหมาย อักษรภาพถือเป็นต้นกำเนิดของอักษรเกือบทุกประเภทในโลก
อักษรภาพที่โด่งดังในประวัติศาสตร์
- อักษรเฮียโรกลิฟิก ( Hieroglyphics ): ของอียิปต์โบราณ ใช้รูปสัตว์ สิ่งของ และอวัยวะ แทนความหมายและเสียง มักสลักบนผนังวิหารหรือเขียนลงบนกระดาษปาปิรุส
- อักษรคูนิฟอร์ม ( Cuneiform ): หรืออักษรรูปลิ่มของชาวซูเมอเรีย แม้ตอนหลังจะมีลักษณะเป็นขีด ๆ แต่เริ่มต้นจากการวาดภาพสัญลักษณ์ลงบนแผ่นดินเหนียว
- อักษรจีน ( Hanzi ): เป็นอักษรภาพที่ยังมีการใช้งานจริงในปัจจุบัน( แม้จะถูกปรับทอนรูปทรงจนดูเป็นเส้นขีดมากขึ้น ) เช่น คำว่า “คน” ( 人 ) ที่เลียนแบบท่าทางการเดิน หรือ “ภูเขา” ( 山 ) ที่เลียนแบบยอดเขา
ประเภทของสัญลักษณ์ภาพในปัจจุบัน
ในยุคดิจิทัล อักษรภาพไม่ได้หายไปไหน แต่ถูกพัฒนามาอยู่ในรูปแบบที่เราคุ้นเคย
- Ideogram: สัญลักษณ์ที่แทน “แนวคิด” เช่น เครื่องหมายห้ามสูบบุหรี่ หรือป้ายทางหนีไฟ
- Emoji: การสื่อสารอารมณ์และสิ่งของผ่านรูปภาพขนาดเล็กในสมาร์ทโฟน ซึ่งถือเป็นการย้อนกลับไปใช้ระบบ “อักษรภาพ” เพื่อสื่อสารข้ามกำแพงภาษา
- Icon: ไอคอนในคอมพิวเตอร์ เช่น รูปถังขยะ ( Recycle Bin ) หรือรูปแผ่นดิสก์ที่ใช้แทนการบันทึก ( Save )
ข้อดีและข้อจำกัด
| ข้อดี | ข้อจำกัด |
| สื่อสารข้ามภาษาได้: คนต่างภาษาเห็นรูปปลาก็เข้าใจว่าคือปลา | ความซับซ้อน: การเขียนแนวคิดที่เป็นนามธรรม ( เช่น ความรัก, ความกตัญญู ) ทำได้ยาก |
| จดจำง่าย: ในระยะเริ่มต้น มนุษย์เรียนรู้จากภาพได้เร็วกว่าตัวอักษร | จำนวนมหาศาล: ต้องจำสัญลักษณ์นับพันรูปแบบ แทนที่จะจำแค่พยัญชนะไม่กี่ตัว |
เกร็ดน่าสนใจ: ตัวอักษร “A” ที่เราใช้กันในภาษาอังกฤษ จริง ๆ แล้วมีต้นกำเนิดมาจากอักษรภาพรูป “หัววัว” ในสมัยฟินิเชียน ซึ่งถูกพลิกกลับหัวไปมาจนกลายเป็นตัวอักษรที่เราเห็นในปัจจุบันครับ
อ่านเพิ่มเติม
