PlusMagi's Blog By Pitt Phunsanit Technology ปฏิบัติการลับ Son Tay Raid (ค.ศ. 1970): การบุกชิงตัวเชลยศึกในเวียดนามเหนือด้วยฝูงบิน HH-53 และบทเรียน The Successful Failure

ปฏิบัติการลับ Son Tay Raid (ค.ศ. 1970): การบุกชิงตัวเชลยศึกในเวียดนามเหนือด้วยฝูงบิน HH-53 และบทเรียน The Successful Failure

ปฏิบัติการซอนเตย์ (Son Tay Raid) หรือชื่อรหัสทางทหารคือ Operation Ivory Coast (ระยะปฏิบัติการจริงใช้รหัส Operation Kingpin) เกิดขึ้นในคืนวันที่ 20–21 พฤศจิกายน ค.ศ. 1970 เป็นหนึ่งในปฏิบัติการจู่โจมพิเศษร่วม (Joint Special Operations) ที่อุกอาจ คมกริบ และสมบูรณ์แบบที่สุดในประวัติศาสตร์การทหารสมัยใหม่ แต่กลับถูกขนานนามในเวลาต่อมาว่าเป็น “The Successful Failure” (ความล้มเหลวที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม)

photo-1541872703-74c5e44368f9?w=1200 ปฏิบัติการลับ Son Tay Raid (ค.ศ. 1970): การบุกชิงตัวเชลยศึกในเวียดนามเหนือด้วยฝูงบิน HH-53 และบทเรียน The Successful Failure
การบุกจู่โจมค่ายกักกันเชลยศึกซอนเตย์กลางดึกชานกรุงฮานอย

เป้าหมายสุดท้าทาย: ล้วงคองูเห่าชานกรุงฮานอย

ค่ายกักกันซอนเตย์ (Sơn Tây) ตั้งอยู่ห่างจากกรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนามเหนือ เพียงประมาณ 37 กิโลเมตร ท้องฟ้าบริเวณนั้นเต็มไปด้วยเรดาร์เตือนภัย ปืนต่อสู้อากาศยาน และขีปนาวุธต่อสู้อากาศยานพื้นสู่อากาศ SA-2 Guideline ที่หนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และรอบค่ายมีทหารฝ่ายตรงข้ามประจำการอยู่หนาแน่นราว 12,000 นาย

ภารกิจและข่าวกรอง
หน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ระบุว่ามีเชลยศึกชาวอเมริกัน (POWs ส่วนใหญ่เป็นนักบิน) ถูกคุมขังอยู่ที่นี่ราว 60–70 นาย แผนการคือการบินฝ่าระบบป้องกันภัยทางอากาศเข้าไปกลางดึก บุกยึดค่าย นำเชลยศึกทุกคนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ แล้วบินหนีออกมาก่อนที่กำลังเสริมของข้าศึกจะรู้ตัว


https://www.youtube.com/watch?v=F_fW7B3Xf3g


กองกำลังผสมและจุดเริ่มต้นบินขึ้นจากประเทศไทย

หน่วยจู่โจมประกอบด้วยทหารรบพิเศษ Green Berets (US Army Special Forces) จำนวน 56 นาย นำโดย พ.อ. อาเธอร์ ดี. “บูล” ไซมอนส์ (Col. Arthur D. “Bull” Simons) ร่วมกับนักบินและพลร่มกู้ภัย USAF Pararescue (PJ) โดยฝึกซ้อมจำลองค่ายจริงนับร้อยรอบ

  • ฐานบินต้นทางในประเทศไทย
    ฝูงบินกู้ภัยทั้งหมดบินขึ้นจาก ฐานทัพอากาศอุดร และ ฐานทัพอากาศตาคลี ในประเทศไทย บินลัดเลาะข้ามลาวเข้าสู่เวียดนามเหนือ
  • โครงสร้างอากาศยานในภารกิจ
    MC-130 Combat Talon บินนำทางด้วยเรดาร์ตรวจภูมิประเทศระดับต่ำ, A-1 Skyraider บินคุ้มกันทำลายหอคอยยาม, F-105 Wild Weasel บินล่อเป้าทำลายฐานขีปนาวุธ SAM, HH-53 Super Jolly Green Giant จำนวน 5 ลำสำหรับคุ้มกันและรับเชลยศึก และ HH-3E Jolly Green Giant (รหัส Banana 1) จำนวน 1 ลำ

ยุทธวิธี “สละ ฮ. พลีชีพ” ลงกลางลานค่าย

เนื่องจากลานกลางค่ายกักกันซอนเตย์แคบมาก ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงและต้นไม้ใหญ่ เฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ไม่สามารถลงจอดได้ ผู้วางแผนจึงตัดสินใจใช้ยุทธวิธีระห่ำ:

ขั้นตอนปฏิบัติการรายละเอียดเชิงยุทธวิธีผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
Crash-Landing by Designส่ง HH-3E บรรทุกชุดจู่โจมหลัก 14 นาย พุ่งชนกระแทกลงกลางลานแคบ ๆ จงใจให้ใบพัดฟาดต้นไม้และหลังคาจนหักสะบั้นเพื่อหยุดเครื่องทหารดีดตัวออกจากซาก ฮ. ภายในไม่กี่วินาที พร้อมตะโกนผ่านโทรโข่งแจ้งเตือนเชลยศึก
การลงผิดจุดที่กลายเป็นผลดีฮ. HH-53 ของ พ.อ. Simons บินลงผิดจุดไปลงที่ค่ายทหารข้างเคียงซึ่งเป็นค่ายเสริมของข้าศึกหน่วย Green Berets ยิงถล่มตัดกำลังเสริมของข้าศึกไปหลายสิบนายโดยบังเอิญ ก่อนรีบขึ้น ฮ. มาสมทบที่ค่ายหลัก
การทำลายซากอากาศยานติดตั้งระเบิดทำลายซาก ฮ. HH-3E ที่ชนกระแทกลานกลางค่ายทิ้งทันทีป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีและชิ้นส่วนของกองทัพตกไปอยู่ในมือของข้าศึก

จุดหักมุม 27 นาที: “Negative POWs”

หลังจากชุดจู่โจมเคลียร์ห้องขังทุกห้องอย่างรวดเร็ว เสียงวิทยุที่ไม่มีใครอยากได้ยินก็ดังขึ้น: “Negative POWs” (ไม่มีเชลยศึกอยู่ที่นี่แม้แต่คนเดียว)

ความจริงถูกเปิดเผยว่า เวียดนามเหนือได้ย้ายเชลยศึกทั้งหมดออกจากค่ายไปตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1970 (ประมาณ 4 เดือนก่อนหน้านั้น) เนื่องจากแม่น้ำใกล้เคียงเกิดน้ำท่วมใหญ่จนบ่อน้ำดื่มเน่าเสีย ผู้การ Simons จึงสั่งถอนกำลังทันที ปฏิบัติการภาคพื้นดินทั้งหมดใช้เวลาเพียง 27 นาที ฝ่ายสหรัฐฯ ไม่มีผู้เสียชีวิตแม้แต่นายเดียว และฝูงบินทั้งหมดพากำลังพลกลับสู่ประเทศไทยอย่างปลอดภัย


ทำไมจึงเป็น “ความล้มเหลวที่ประสบความสำเร็จ”?

ในทางข่าวกรอง ภารกิจนี้ล้มเหลวเพราะส่งกำลังเข้าไปชิงคนที่ไม่มีอยู่ แต่ในทางจิตวิทยาและยุทธศาสตร์ มันส่งผลสะเทือนอย่างมหาศาล:

  • ขวัญกำลังใจของเชลยศึกพุ่งสูงสุด
    เมื่อข่าวการบุกจู่โจมแพร่กระจายไปถึงหูเชลยศึกในค่ายอื่น ๆ พวกเขารับรู้ทันทีว่าประเทศชาติไม่เคยทอดทิ้ง และพร้อมส่งหน่วยรบพิเศษบินข้ามประเทศมาช่วยถึงหน้าบ้านข้าศึก
  • สภาพความเป็นอยู่ของเชลยศึกดีขึ้นทันที
    รัฐบาลเวียดนามเหนือหวาดกลัวว่าสหรัฐฯ จะส่ง ฮ. มาบุกซ้ำอีก จึงตัดสินใจ ยุบค่ายย่อย ๆ ในป่าทิ้ง แล้วย้ายเชลยศึกทั้งหมดมารวมกันในเรือนจำฮานอยฮิลตัน (Hoa Lo Prison) ทำให้เชลยได้มาอยู่รวมกัน เลิกถูกขังเดี่ยว และได้รับการดูแลที่ดีขึ้นจนกระทั่งสงครามสิ้นสุด
  • ต้นแบบหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วม (JSOC)
    ปฏิบัติการ Son Tay กลายเป็นตำราหลักสูตรต้นแบบในการฝึกหน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมยุคใหม่ของสหรัฐฯ ทั้งเทคนิคการบินกลางคืนระดับต่ำและการประสานงานข้ามเหล่าทัพ