PlusMagi's Blog By Pitt Phunsanit Technology ชาวโรมันเลือกจักรพรรดิอย่างไร

ชาวโรมันเลือกจักรพรรดิอย่างไร

จักรวรรดิโรมันไม่มีระบบการเลือกตั้งจักรพรรดิแบบประชาธิปไตย และไม่มีกฎหมายการสืบราชสมบัติที่ชัดเจนตายตัว อำนาจในการขึ้นครองราชย์จึงขึ้นอยู่กับ 4 รูปแบบหลักตามดุลอำนาจในแต่ละยุคสมัย


การสืบทอดทางสายเลือดและการรับบุตรบุญธรรม (Dynastic & Adoption)

  • สายเลือดโดยตรง
    จักรพรรดิตั้งใจมอบอำนาจให้บุตรชายหรือญาติสนิท เช่น เวสปาเซียนส่งมอบให้ติตุส หรือมาร์คุส เอาเรลิอุสส่งมอบให้คอมโมดุส
  • ระบบรับบุตรบุญธรรม (Adoptive System)
    ยุค “ห้าจักรพรรดิผู้ทรงธรรม” (Five Good Emperors) ใช้ธรรมเนียมที่จักรพรรดิจะคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถโดดเด่น แล้วรับเข้ามาเป็นบุตรบุญธรรมทางกฎหมายพร้อมมอบอำนาจร่วมปกครองล่วงหน้า เพื่อให้รอยต่ออำนาจราบรื่น

กองทัพและทหารราชองครักษ์ (The Army & Praetorian Guard)

  • ทหารราชองครักษ์ (Praetorian Guard)
    กองกำลังประจำเมืองหลวงมักเป็นผู้ชี้ขาดเมื่อเกิดสุญญากาศทางอำนาจ เช่น คลอเดียสได้รับการยกย่องเป็นจักรพรรดิหลังจากคาลิกูลาถูกลอบสังหาร หรือกรณีปี ค.ศ. 193 ที่ราชองครักษ์ถึงขั้น “ประมูลขาย” ตำแหน่งจักรพรรดิให้ผู้ที่เสนอเงินตอบแทน (Donativum) สูงที่สุด
  • กองทัพตามแนวชายแดน
    หากกองทัพชายแดนไม่พอใจศูนย์กลาง ทหารเลจิออน (Legions) ในแต่ละมณฑลจะประกาศยกแม่ทัพของตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ นำไปสู่สงครามกลางเมืองและการชิงบัลลังก์ โดยเฉพาะช่วงวิกฤตการณ์ศตวรรษที่ 3 (Crisis of the Third Century) ที่จักรพรรดิส่วนใหญ่มาจากการรัฐประหารของกองทัพ

การรับรองโดยวุฒิสภา (Senate Ratification)

  • ในทางนิตินัย อำนาจของจักรพรรดิต้องได้รับการรับรองทางกฎหมายจากวุฒิสภา (มอบอำนาจ Imperium และตำแหน่ง Tribunicia Potestas)
  • ในบางช่วงที่จักรพรรดิเดิมไร้ทายาท วุฒิสภาจะเข้ามาคัดเลือกคนจากกลุ่มขุนนางขึ้นมาเอง เช่น การเลือกแนร์วา (Nerva) แต่ในทางปฏิบัติ วุฒิสภามักทำหน้าที่เพียง “ตรายาง” เพื่อรับรองผู้ที่มีกองทัพหนุนหลังอยู่แล้ว

ระบบแบ่งอำนาจแต่งตั้งร่วม (Tetrarchy & Co-Emperors)

  • จักรพรรดิมักแต่งตั้งผู้ช่วยหรือผู้สืบทอดไว้ล่วงหน้า โดยมอบตำแหน่ง ซีซาร์ (Caesar) เพื่อเตรียมเลื่อนขั้นเป็น ออกัสตัส (Augustus)
  • ในยุคของไดโอคลีเชียน ได้จัดตั้งระบบจตุราธิปไตย (Tetrarchy) แบ่งการปกครองเป็นจักรพรรดิหลัก 2 พระองค์ และจักรพรรดิรอง 2 พระองค์ เพื่อให้การส่งมอบอำนาจเป็นระบบราชการแทนการแย่งชิง (แม้ระบบนี้จะล่มสลายลงด้วยสงครามกลางเมืองในเวลาต่อมา)

ความชอบธรรมของจักรพรรดิโรมันจึงตั้งอยู่บนหลักเกณฑ์สำคัญ 3 ประการเสมอ คือ การคุมกองทัพได้จริง, การมีเงินจ่ายทหารและประชากร, และการได้รับการยอมรับทางพิธีกรรมจากวุฒิสภา