อ่านเจอคำถามนี้ใน facebook

อยากทราบว่าถ้าเราเปลี่ยน database จาก mysql เป็น sql server 2008 นอกจากส่วน connect แล้ว โค๊ดเก่าจากmysql จะสามารถใช้ได้เหมือนเดิมไหมครับ (ผมใช้ codeigniter เขียนครับ)

เลยลองยกตัวอย่างดู โดยใช้ PDO แทน function ของแต่ละ database จะได้เห็นได้ชัดเจน

schema_mysql.php สำหรับ mysql[code language=”php” title=”schema_mysql.php”]
<?php
$database = ‘yii2advanced’;

try {
$dbh = new PDO(
‘mysql:host=localhost;dbname=’ . $database,
‘root’,

);
} catch (PDOException $e) {
exit(‘Error!: ‘ . $e->getMessage());
}
$dbh->query(‘SET NAMES utf8’);

switch ($_GET[‘op’]) {
case ‘columns’:{
$table = $_GET[‘table’];

$sql = "SELECT `COLUMN_NAME` AS name
,`DATA_TYPE` AS type
,IFNULL(`CHARACTER_MAXIMUM_LENGTH`, 0) AS maxlength
FROM INFORMATION_SCHEMA.COLUMNS
WHERE table_name = ‘" . $table . "’;";
$sth = $dbh->prepare($sql);
$sth->execute();
$results = [];
if ($sth->rowCount() > 0) {
while ($row = $sth->fetch(PDO::FETCH_ASSOC)) {
array_push($results, $row);
}
echo json_encode($results, JSON_NUMERIC_CHECK);
}
}break;
case ‘tables’:{
$sql = ‘SHOW TABLES IN ‘ . $database . ‘;’;
$sth = $dbh->prepare($sql);
$sth->execute();
$results = [];
if ($sth->rowCount() > 0) {
while ($row = $sth->fetch(PDO::FETCH_COLUMN)) {
array_push($results, $row);
}
}
echo json_encode($results);
}break;
}
[/code] และ schema_sqlsrv.php สำหรับ Microsoft sql server[code language=”php” title=”schema_sqlsrv.php”]
<?php
$database = ‘TPA’;

try {
$dbh = new PDO(
‘sqlsrv:Server=MAGI\SQLEXPRESS;Database=’ . $database
);
} catch (PDOException $e) {
exit(‘Error!: ‘ . $e->getMessage());
}
$dbh->query(‘SET CHARACTER_SET utf8_unicode_ci’);
$dbh->setAttribute(PDO::ATTR_ERRMODE, PDO::ERRMODE_EXCEPTION);

switch ($_GET[‘op’]) {
case ‘columns’:{
$table = $_GET[‘table’];

$sql = "SELECT [COLUMN_NAME] AS name
,[DATA_TYPE] AS type
,ISNULL([CHARACTER_MAXIMUM_LENGTH], 0) AS maxlength
FROM TPA.INFORMATION_SCHEMA.COLUMNS
WHERE TABLE_NAME = ‘" . $table . "’;";
$sth = $dbh->prepare($sql, [PDO::ATTR_CURSOR => PDO::CURSOR_SCROLL]);
$sth->execute();
$results = [];
if ($sth->rowCount() > 0) {
while ($row = $sth->fetch(PDO::FETCH_ASSOC)) {
array_push($results, $row);
}
echo json_encode($results, JSON_NUMERIC_CHECK);
}
}break;
case ‘tables’:{
$sql = ‘SELECT [TABLE_NAME] FROM ‘ . $database . ‘.INFORMATION_SCHEMA.Tables;’;
$sth = $dbh->prepare($sql, [PDO::ATTR_CURSOR => PDO::CURSOR_SCROLL]);
$sth->execute();
$results = [];
if ($sth->rowCount() > 0) {
while ($row = $sth->fetch(PDO::FETCH_COLUMN)) {
array_push($results, $row);
}
echo json_encode($results);
}
}break;
}
[/code]

ถึงจะพยามออกแบบ extension ตัวนี้ให้ทำงานได้ทุก database แต่แค่การ connection ก็ต่างกันแล้วแต่ละตัวต่างก็มี ตัวเลือกเพิ่มเติมไม่เหมือนกัน อย่าง การเลือกชุดตัวอักษร SET NAMES utf8 และ SET CHARACTER_SET utf8_unicode_ci ใน sql server (ภาษาไทย ภาษาเดียวก็มีให้เลือกกันเหนื่อยแล้วว่าจะใช้ตัวไหน ลองอ่าน LAB TEST : ความแตกต่างของ SQL THAI Collation แต่ละแบบ) จุดนี้พอจะเข้าใจได้เพราะมาจากคนละบริษัทกัน มาจากคนละความคิด

จุดต่อมา mySql ใช้ ` ` แต่ sql server ใช้ [ ] ในการบอกว่านี่คือชื่อเฉพาะนะ วิธีแก้ก็ง่ายๆ อย่าไปใส่มัน ยกเว้นว่าจะไปใช้ชื่อที่ตรงกับศัพท์สงวน (reserved words) เอาไว้ จำเป็นต้องใช้เพื่อให้ตัว database ไม่สับสน

ถ้าต้องต้องเปลี่ยนฐานข้อมูลก็หลีกเลี่ยงคำพวกนี้ไว้ก่อน

คำสั่งเกี่ยวกับโครงสร้างฐานข้อมูล ต่างเจ้าก็ต่างกัน ทั้งชื่อ type และ key บางครั้งชื่อเดียวกันแต่เก็บข้อมูลได้ไม่เท่ากัน การจะดึงข้อมูลโครงสร้างตารางออกมาก็ใช้คำสั่งต่างกัน ในตัวอย่าง switch case ทั้งสองตัวจะเป็นการ query ดูตารางทั้งหมดในฐานข้อมูลและชนิดของฟิลย์ในตารางทั้งหมด ซึ่งไม่ได้ไกล้เคียงกันเลย (นานๆ จะใช้ที ไม่ต้องไปจำมันก็ได้ ยกเว้นคุณจะเขียน curd ใช้เอง)

การใช้ Abstraction Layers แทนที่จะใช้ Vendor Specific Database Extensions หรือที่เรียกกันว่า native driver ที่เป็นของฐานข้อมูลแต่ละตัว เพราะว่าต้องการที่จะใช้คำสั่งเหมือนๆ กัน ไม่ต้องมาคิดว่าฐานข้อมูลแบบนี้ใช้ function ชื่อนี้ เวลาเปลี่ยน ชนิดฐานข้อมูลก็แค่เปลี่ยนตรง connection ก็พอแล้วไม่ต้องเขียนคำสั่งใหม่ แต่จริงๆ แล้วยังไม่มี Abstraction Layers ตัวไหน หรือของ framework ไหน ไม่ว่าจะเป็น codeigniter, yii, laravel แม้แต่ .net หรือ java ที่แปลง sql query แล้วสามารถทำงานได้เหมือนกันกับทุกๆ ตัว แค่ทำได้ 80% ของทั้งหมดในตัวอย่าง pdo ของ sql server ถ้าไม่ระบุ PDO::ATTR_CURSOR เพิ่มเข้าไป มันก็จะไม่รู้เลยว่า query ออกมามีผลลัพธ์ออกมารึเปล่า และถ้าสังเกตุจะมีคำสั่งที่ใช้ตรวจสอบค่า NULL และแทนด้วยค่าอื่นใน MySQL ใช้ IFNULL แต่ SQL SERVER ใช้ ISNULL การทำงาน โครงสร้างเหมือนกัน แต่เขียนไม่เหมือนกัน แทนกันไม่ได้ (: